ผจก.บริษัทส่งออก’ร้องสภาทนาย ปมพิพาท’ทนายสงกานต์’ด้านคดี ฟากทนายดังสวนกลับแจ้งหมิ่น

30.03.18 | 14:42 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน นายพิสิทธิ์ หล้าสุดตา กรรมการผู้จัดการบริษัท ซี อินเตอร์เนชั่นแนลโฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด พร้อมนายสุวิจักขณ์ อัยยาพิสิฐ หรือทนายเปล่ง ทนายความ เข้าปรึกษาขอคำแนะนำกับสภาทนายความฯ กรณีนายพิสิทธิ์ว่าจ้างนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดังช่วยทำคดีให้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ภายหลัง จนตัดสินใจเลิกจ้าง เพื่อขอให้นายสงกานต์มาเจรจาในการขอคืนเอกสารคดีและคืนเงินค่าจ้าง

นายพิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไปตกลงให้นายสงกานต์มาเป็นทนายความให้กับเรา เพราะทราบว่าเป็นทนายมีชื่อเสียง มีประสบการณ์ทำคดี ตกลงว่าจ้างกัน3ล้านบาท แต่แปลกใจตรงสัญญาว่าเราจ้างเขามาเป็นทนายความ แต่กลับให้เขียนว่าเป็นที่ปรึกษา ทั้งๆที่บริษัทเรามีที่ปรึกษาเยอะอยู่แล้วไม่ต้องจ้างด้วย ปัจจุบันคดีของเราอยู่ที่อัยการว่าจะส่งฟ้องเมื่อไหร่ พอเราถามความคืบหน้าคดีไปที่นายสงกานต์ว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ เขาก็ตอบว่าไม่มีหลักฐานอะไรเพิ่มเติมเลย ไม่ใช่พนักงานสอบสวน เราก็เลยทำหนังสือเลิกจ้าง เราจะหาทนายที่มีความรับผิดชอบทุ่มเทมาทำงานให้กับเรา พอเราขอเอกสารคดีกลับคืนก็ติดต่อไม่ได้ อ่านไลน์ไม่ตอบ ส่งจดหมายไปไม่รับมีการตีกลับคืน จึงมาขอคำปรึกษากับสภาทนายความฯ และสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ดังที่เราตกลงจ้างทนายความแต่มาแปลงว่าเป็นที่ปรึกษา พอเราถามก็บอกว่าเป็นรูปแบบของบริษัท ไม่มีปัญหาอะไร สุดท้ายก็มีปัญหาจนได้ และยังมีหนังสือจากสำนักงานส่งกลับมาทวงค่าจ้าง 1 ล้านบาทที่ยังค้างอยู่

ด้านนายสุวิจักขณ์ เปิดเผยว่า นายพิสิทธิ์เป็นผู้ประกอบการส่งออกสินค้า มีคนร้ายมาปลอมแปลงแอบอ้างเป็นบริษัทและส่งของไม่มีคุณภาพไปต่างประเทศ ทำให้บริษัทเสียหาย ประกอบธุรกิจส่งออกไม่ได้ เมื่อมีการดำเนินคดีดังกล่าวก็เจอตอ นายพิสิทธิ์คิดว่าใช้นายสงกานต์เป็นทนายความก็จะฝ่าฟันปัญหาไปได้ แต่ก็มาเจอปัญหาต่อ เพราะติดตามทวงถามไปแล้วไม่ได้ความคืบหน้า คดีมีการจ้างกันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 ว่าจ้างเป็นที่ปรึกษาแต่เนื้องานคือทนายความ

นายสุวิจักขณ์ กล่าวต่อว่า ตนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เนื่องจากเคยถูกปลอมบัตรทนายความแล้วติดคุกฟรี เมื่อตนรู้จักกับนายสงกานต์แล้ว นายสงกานต์จึงช่วยตนสืบหาคนร้าย จากนั้นจึงไปช่วยทำงานให้กับนายสงกานต์ประมาณ6เดือน พอลูกความของนายสงกานต์ติดต่อตัวนายสงกานต์ไม่ได้ก็โทรศัพท์มารุมติดต่อตน บางคนข่มขู่ว่าลูกพี่ตนรับเงินไปแล้วทำไมทำงานไม่เป็นที่พอใจ ตนก็ไม่ทราบรายละเอียด อยากจะฝากบอกว่านายสงกานต์ให้ช่วยรับสายหรือการติดต่อจากทุกคนด้วย สำหรับคดีปลอมบัตรทนายความนั้นจบไปแล้ว อัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากตนไม่ใช่ผู้กระทำความผิดชัดเจน แต่กระบวนการสู้เหนื่อย

Advertisement

ขณะที่วันนี้นายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความของนายสงกานต์ เดินทางมาที่สภาทนายความฯ ในฐานะตัวแทนนายสงกานต์ เพื่อให้สัมภาษณ์ชี้แจงนายพิสิทธิ์และนายสุวิจักขณ์ทันที ว่า ตามที่มีการแจ้งส่งไลน์หาผู้สื่อข่าวให้มาทำข่าวเรื่องนี้ มีการระบุว่านายสงกานต์เรียกรับเงินค่าทนายความ 2 ล้านบาท แต่ไม่ทำงาน ทิ้งคดีนั้น ถือเป็นการหมิ่นประมาทนายสงกานต์ นายสงกานต์ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ส่วนตัวนายสุวิจักขณ์เคยเป็นทีมงานนายสงกานต์และให้การช่วยเหลือมาเยอะ กลับพาลูกความมาร้อง ทำแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ขอให้สื่อใช้วิจารณญาณตัดสินเอา ตนไม่ตัดสินให้ เรื่องสัญญาจ้างทุกคนเห็นหมดว่าจ้างเป็นที่ปรึกษา นายสงกานต์ได้ดำเนินการในฐานะที่ปรึกษาครบถ้วน พาไปแจ้งความร้องทุกข์ คดีก็ดำเนินการไป ถ้าอัยการฟ้องจะแต่งตั้งทนายความเข้าไปเป็นโจทก์ร่วม ตอนนี้ทุกคดีอยู่ในชั้นอัยการ ยังไม่มีการฟ้อง ทนายความยังเข้าไปเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ถ้ายังไม่มีการฟ้องคดี แล้วที่บอกว่าส่งจดหมายให้นายสงกานต์นั้น ส่งที่ภูมิลำเนาหรือไม่ คดีมีการตกลงจ้าง3ล้านบาท จ่ายก่อน2ล้านบาท ที่ค้าง1ล้านบาท ทวงก็ไม่ชำระ นายพิสิทธิ์ก็ยกเลิกสัญญาจ้าง นายสงกานต์ก็ฟ้องคดีเรียกค่าจ้างที่ศาลแพ่งธนบุรีทำให้นายพิสิทธิ์เป็นจำเลยแล้ว