เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 มีนาคม ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ถ.วิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รองผบช.น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.อก.บช.ปส. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจบก.สปพ. พ.ต.ท.อานันท์จักร กนกนพวัชร์ พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุษต์ รองผกก.สายตรวจ ร.ต.อ.ไพบูลย์ สอโส ร.ต.ท.สุเทพ นาคครุท รองสว.งานสายตรวจ ร่วมกันจับกุม นายติ ใชยะวงสา อายุ 30 ปี สัญชาติลาว และนายสุรสิทธิ์ หรือหนึ่ง วันวัฒน์สันติกุล ชาวจ.ยโสธร พร้อมยาบ้ามีตราประทับ 999 จำนวน 20,000 เม็ด ไอซ์ชนิดเกล็ดใส 1 กิโลกรัม รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ทท 1633 กรุงเทพมหานคร สีชมพู รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส ทะเบียน 1 กค 9116 กรุงเทพมหานคร สีดำ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง กระเป๋าสะพายสีดำคาดส้มใช้บรรจุยาเสพติด 1 ใบ โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ต.พุทธิชาต กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปราบปรามยาเสพติดจะต้องทำให้สุดสาย และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งมาตรการยึดทรัพย์และพ.รบ.ฟอกเงิน มาใช้ จากสถิติผู้เสพยาในประเทศมีประมาณ 2 แสนคน ผู้ที่ติดยาต้องเสพอย่างน้อยวันละ 1 เม็ด ยาเสพติดเม็ดละ 100 บาท เมืองไทยต้องเสียเงินวันละ 20 ล้านบาท เดือนละ 600 ล้านบาท ปีหนึ่ง 70,000 กว่าล้านบาท มากกว่างบประมาณของกระทรวง 3-4 กระทรวงรวมกัน เพราะฉะนั้นยาเสพติดเป็นภัยต่อความมั่นคงที่บ่อนทำลายประเทศชาติมานานหลายสิบปี ยาเสพติดจึงเป็นพิษภัยอันร้ายแรง อย่างไรก็ตามจะสั่งการให้ขยายผลต่อโดยจะส่งยาไปตรวจเพื่อหากลุ่มผู้ผลิต และจะดูกลุ่มผู้ขนเข้ามาว่าเป็นกลุ่มไหนอย่างไร ทั้งนี้ยาล็อตดังกล่าวน่าจะเป็นกลุ่มเครือข่ายอีสาน โดยยาที่ตรวจยึดได้คาดว่าจะนำมากระจายตามชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ
พ.ต.ท.อาริศ เปิดเผยว่า ตำรวจได้ล่อซื้อยาเสพติดจากนายติ จึงมีการนัดส่งของและดูเงินกัน ย่านถนนศรีนครินทร์ โดยมีนายติและนายสุรสิทธิ์ เป็นผู้มาดูเงิน ส่วนนายเอ้ไม่ทราบชื่อสกุลจริง และชายไทยอีก 2 คน ทำหน้าที่เป็นผู้มาส่งของไหวตัวหลบหนีไป
เบื้องต้นแจ้งข้อหากับนายติและนายสุรสิทธิ์ ฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างหลบหนี 3 คน คือนายเอ้ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง และชายไทยอายุประมาณ 20-25 ปี 2 คน เจ้าหน้าที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

