‘จ๊อด’สำนึกผิด ตั้งใจบวชให้’ลุงซาเล้ง’ พร้อมเยียวยาครอบครัว

30.03.18 | 16:29 น.

วันที่ 30 มีนาคม 2561 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.รุ่งศักดิ์ นันตะเวช พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ควบคุมตัวนายนราธร หรือจ๊อด โสดติยัง อายุ 21 ปี ชาว กทม. ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายนายจรูญ มณีพันธ์ อายุ 82 ปี อาชีพเก็บของเก่า หรือลุงซาเล้ง มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม-10 เมษายน เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา ประวัติการต้องโทษ และอื่นๆ

โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม เวลากลางคืน ขณะที่ผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวนทางมาและเกิดเฉี่ยวชนกับรถสามล้อซาเล้งของนายจรูญ เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ของนายนราธรผู้ต้องหาขับขี่มาล้มลง ขณะที่นายจรูญลงมาดูรถซาเล้งเห็นไม่เสียหายจึงขี่รถซาเล้งช้าๆ ต่อไป โดยนายนราธรมีอาการโกรธแค้น เดินตามมาเตะนายจรูญบริเวณหน้าอกอย่างแรง 1 ครั้ง และชกที่ใบหน้าอีก 1 ครั้ง จนนายจรูญตกจากรถลงไปนอนบนถนน มีแผลแตกบริเวณหางคิ้วขวาแล้วจะเข้ามาทำร้ายซ้ำอีก แต่มีพลเมืองดีมาห้ามไว้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จะส่งนายจรูญไปรักษาที่ รพ.ราชวิถี ส่วนผู้ต้องหาถูกพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และนำตัวไปผัดฟ้องฝากขังต่อศาลแขวงพระนครเหนือ และได้รับการปล่อยชั่วคราว

ส่วนนายจรูญ หลังออกจาก รพ.ราชวิถี กลับมาพักฟื้นรักษาตัวต่อที่บ้าน แต่อาการกลับทรุดหนัก มีอาการไข้ แผลกดทับ ไม่สามารถลุกเดินได้ตามปกติ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ญาติต้องนำตัวไปรักษาอีกครั้งที่ รพ.ราชวิถี และเสียชีวิตเมื่อเวลา 21.30 น. คืนวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่ม ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 โดยผู้ต้องหาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา เหตุเกิดภายในซอยชานเมือง 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงและเขตดินแดง กทม. ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจเท่านั้น และปฏิเสธข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ภายหลังทนายความของนายนราธร หรือจ๊อด กล่าวว่า จากข้อหาที่ถูกแจ้งเพิ่มเติม หากข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีความผิดก็ต้องรับผิดชอบ ทุกอย่างเกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่ทำไปแล้วก็ต้องรับผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาผู้ต้องหาได้ตกลงเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียหาย แต่เมื่อมีกรณีเสียชีวิตก็ต้องเยียวยามากขึ้น จากนี้ตนจะอธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้นายนราธรได้เข้าใจ

Advertisement

“ทุกอย่างจากนี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ เมื่อมีการกระทำผิดก็ต้องรับผิด ไม่ว่าข้อกฎหมายจะเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตจะมาจากการถูกทำร้ายร่างกายหรือไม่นั้น เราคงไปมองเฉพาะในข้อกฎหมายว่า จะมีหนทางสู้คดีอย่างเดียวก็ไม่ได้ ยืนยันว่าจะต้องรับผิดชอบ ส่วนการเยียวยาต่างๆ ข้อเท็จจริงจะปรากฏในชั้นศาล คนเสียชีวิตทั้งคน เราต้องดูแลอยู่แล้ว” นายนราธรกล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว นายนราธรหรือจ๊อดเดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และไม่ยอมตอบคำถามสื่อมวลชน พร้อมกับยกมือปาดใบหน้า 2 ครั้ง ก่อนจะขึ้นรถยนต์กลับไปพร้อมแฟนสาวและทนายความ

น.ส.ศรีสมรกล่าวว่า หลังจากนี้ทนายความจะเดินทางไปพูดคุยเกี่ยวกับการเยียวยาผู้เสียหาย แฟนมีความตั้งใจว่าจะบวชให้กับผู้เสียชีวิต แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูฝ่ายญาติผู้เสียชีวิตว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ส่วนการเยียวยาจะต้องคุยกับญาติผู้เสียชีวิตก่อน