5 ครอบครัวอยู่ในป่าช้าเฮ นายอำเภอติดตั้งไฟฟ้าและส้วมซึมให้ใช้แล้ว พร้อมจับผู้ชายฝึกเป็นช่างเชื่อม กลึง อ๊อก หารายได้ดูแลคนในบ้าน ผู้ว่าฯสั่ง พม.ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยและตาบอดจนกว่าจะตาย
กรณีพบ 5 ครอบครัว ปลูกบ้านบนพื้นที่ป่าช้าเก่าของป่าชุมชนบ้านโคกงาม หมู่ 15 ต.ผักขวง อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้าน ประมาณ 3 กิโลเมตร บ้านแต่ละหลังอยู่ในสภาพทรุดโทรม หลังคาและฝาบ้านถูกมุงด้วยสังกะสี โดยมีจำนวนประชากรชายและหญิงรวม 14 คน อายุสูงสุด 86 ปี อายุต่ำสุด 4 ขวบ และพบพิการตาบอดเป็นผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง รวม 2 คน บ้านแต่ละหลังไม่มีไฟฟ้า ต้องอาศัยตะเกียงน้ำมันแบบโบราณช่วยเป็นแสงสว่างในยามกลางคืน น้ำประปาและห้องน้ำสำหรับปลดทุกข์ก็ไม่มี ต้องอาศัยขุดหลุมถ่ายทิ้งแล้วกลบ สร้างความทุกข์ยากให้เป็นอย่างมาก
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายปรีชา สุทนต์ นายอำเภอทองแสนขัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. พร้อมอุปกรณ์หลอดไฟฟ้า ชนิดแอลอีดี แบตเตอร์รี่และชุดแผงโซล่าร์เซลล์ จำนวน 2 ชุด ติดตั้งเดินสายไฟฟ้าให้กับชาวบ้าน 5 ครอบครัว ได้มีแสงสว่างและไฟฟ้าใช้ทุกหลังคาเรือน พร้อมขนอิฐ หิน ปูนทราย ไม้สน สังกะสี วงท่อปูนซีเมนต์และโถส้วมแบบซึม นำมาประกอบสร้างเป็นห้องน้ำกลางหรือห้องน้ำรวมให้กับครอบครัว 5 หลัง ได้ใช้ร่วมกัน เป็นการอำนวยความสะดวกในด้านปัจจัยพื้นฐานที่ชาวบ้านควรได้รับจากภาครัฐทั้งน้ำประปาและไฟฟ้า
ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านในพื้นที่พร้อมภาคเอกชนที่ผลิตน้ำผักน้ำผลไม้ ร่วมลงขันสนับสนุนเงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายซื้อวัสดุอุปกรณ์ อาศัยแรงงานฟรีจากเจ้าหน้าที่ อส.และผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าร่วมช่วยเหลือก่อสร้างจัดทำให้เสร็จสมบูรณ์ ถือเป็นการสร้างบุญกุศลช่วยเหลือคนไทยด้วยกันที่ตกทุกข์ได้ยากให้ได้รับความสะดวก โดยไม่ได้อาศัยงบประมาณจากทางราชการแม้แต่บาทเดียว เพราะ 5 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนแห่งนี้ภาครัฐไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้การช่วยเหลือได้ แต่พยายามหาทางช่วยเหลืออยู่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตตามขึ้นมาอีก ด้านน้ำอุปโภคบริโภคมอบหมายให้หน่วยงาน อบต.ผักขวง นำน้ำมาเติมมิให้ขาดแคลน เนื่องจากน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันทั้งอุปโภคและบริโภค สร้างความดีใจให้กับชาวบ้านทั้ง 5 ครอบครัว 14 ชีวิตเป็นอย่างมาก ที่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงคนไทยไม่ทอดทิ้งกัน
นายปรีชา กล่าวว่า นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ทราบเรื่องปัญหาของครอบครัว 5 หลัง ได้สั่งการให้หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้เข้ามาดูแลผู้สูงอายุรวมถึงคนพิการป่วยโรคโปลิโอ โรคเบาหวานและตาบอด 2 ข้าง ทั้งชายและหญิงที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ จำเป็นต้องให้การช่วยเหลือจนกว่าจะตายจากกันไป จำนวน 5 คน ส่วนอีก 6 คน เป็นชายหญิงอยู่ในวัยแรงงาน ผู้ชายให้ฝึกเป็นช่างเชื่อมโลหะ ช่างกลึงและช่างอ๊อกเหล็ก ส่วนผู้หญิงทำงานรับจ้างใกล้บ้านเพื่อมีรายได้นำมาเลี้ยงครอบครัว สำหรับเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง อายุ 4-9 ขวบ จำนวน 3 คน กำลังอยู่ในวัยเรียนต้องศึกษาเล่าเรียนไปตามที่รัฐให้การส่งเสริม หากขาดแคลนเรื่องทุนทรัพย์ภาครัฐและเอกชนก็พร้อมเข้ามาช่วยเหลืออยู่แล้ว




