เมื่อวันที่ 2 เมษายน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงข่าว “ส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย” ว่า สถานประกอบกิจการส่วนใหญ่ได้กำหนดให้วันสงกรานต์เป็นวันหยุดตามประเพณีเพื่อให้ลูกจ้างได้เดินทางกลับภูมิลำเนากลับไปเยี่ยมครอบครัวและร่วมกิจกรรมตามประเพณีนิยม ซึ่งปีนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติกำหนดให้วันที่ 12 เมษายน เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ โดยเป็นวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์รวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน ประกอบกับ ครม.มีมติพิจารณาผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และพม่า ที่ทำงานในประเทศไทย ประเภทกรรมกร รับใช้ในบ้าน ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล และผู้ประสานงานด้านภาษา สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์และกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 5-30 เมษายน 2561 ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้ใช้แรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีไทยเดินทางไปกลับบ้านประมาณ 4 ล้านคน และแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้า-ออกกว่า 2 แสนคน


พล.ต.อ.อดุลย์ แถลงว่า กระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของลูกจ้างพนักงาน โดยเฉพาะในกิจการขนส่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องชั่วโมงการทำงาน เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง ตารางเวลารถโดยสาร เส้นทางการจราจร การเตรียมยานพาหนะและวินัยจราจร เป็นต้น ในส่วนของลูกจ้างขอให้วางแผนในการเดินทางทั้งไปและกลับ เตรียมตัวให้พร้อม สำหรับลูกจ้างต่างด้าวต้องเตรียมเอกสารประจำตัวให้พร้อมเพื่อให้เดินทางผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก และประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กรมการขนส่งทางบกจัดรถสาธารณะให้เพียงพอ กรมทางหลวงดูแลเรื่องการจราจร เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานได้เปิดคลินิกช่างให้บริการตรวจความพร้อมยานพาหนะที่ใช้เดินทาง เปิดให้บริการนวดผ่อนคลาย จัดรถบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ แจกเวชภัณฑ์ให้กับผู้ใช้แรงงาน ที่สถานีขนส่งหลัก เปิดบริการสายด่วน 1506 คอยให้ความช่วยเหลือตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

