ตร.ดูไบหิ้ว 18 คนไทยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่ง ผบ.ตร.โวปราบแก๊งใหญ่ได้ เหตุตุ๋นลดวูบ

2.04.18 | 16:05 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่2 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) , พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราบการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศป.ฉปทน.ตร.) หรือศูนย์ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ฯ นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 เป็นผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี ประจำประเทศไทยและตัวแทนตำรวจจากยูเออี และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงความคืบหน้ากรณีตำรวจไทยร่วมกับตำรวจดูไบ บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านดราก้อน มาร์เก็ต ซึ่งเป็นย่านที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก ในนครดูไบ เมื่อวันที่19 มีนาคม ที่ผ่านมา สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 23 ราย คนไทย 22 คน และชาวไต้หวันอีก 1 คน หัวหน้าแก๊ง พร้อมของจำนวนมาก ทั้งวิทยุสื่อสาร โทรศัพท์ ฯลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ตำรวจดูไบ ได้คุมตัวผู้ต้องหาชาวไทย 18 ราย ส่งตำรวจไทยดำเนินคดี และจำส่งตัวเพิ่มเติมพรุ่งนี้อีก 4 คน ส่วนที่เป็นชาวไต้หวันดำเนินการขอหมายจับสากลเพื่อให้มีการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ส่งตัว สน.คลองตัน ดำเนินคดี วันนี้ ประกอบด้วย นายธนูธร ชัยดี อายุ 32 ปี น.ส.จันทจร เศษวิสัย อายุ35 ปีน.ส.น้ำผึ้ง แววพลอย อายุ 40 ปี นายสุรกิจ สุดโท อายุ 37 ปีนายสุชิน สุขสุยุติ อายุ 41 ปี น.ส.วิชุดา ฉิมจารย์ อายุ 27 ปี นายพิรุณ รัตนวิเศษ อายุ 31 ปี นายชลชาติ เอี่ยมทิม อายุ 44 ปี น.ส.จิดาภา สำรวมจิตร อายุ 33 ปี นายกฤษดา มะลิโรจน์ อายุ 23 ปี นายมาลัย นาเมฆ อายุ 39 ปี นายเกริกฤทธิ์ ทองสุข อายุ 35 ปี นายจิรเมธ สกุลกิตติกวิน อายุ 37 ปี นายฐเดช บาทชารี อายุ 32 ปี น.ส.วันดี ฤทธี อายุ 33 ปี นายธิติพัทธ์ บุตตะโยธี อายุ 20 ปี นายฉัตรพงษ์ ขันเสนาะ อายุ 36 ปี และนายมีชัย ดวงไกรแฝง อายุ 36 ปี

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตำรวจไทยยังคงสืบสวนขยายผลต่อเนื่องไปทุกประเทศ ตามพยานหลักฐานที่มี ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ผ่านมาได้บูรณาการกับทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบางรัฐบาล ที่ต้องการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผลการปฏบัติงานที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้ประชาชนพึงพอใจคือสามารถคืนเงินที่อายัดคืนให้กับผู้เสียหายได้ การปฏิบัติงานถือว่าประสบความสำเร็จ และตำรวจยังคงสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีฐานปฏิบัติการอยู่ไหน จะตามไปที่นั่น

“เรื่องสำคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องรับรู้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้และไม่ตกเป็นเหยื่อ และหากพลาดตกเป็นเหยื่อก็ไหวตัวทัน แจ้งเจ้าหน้าที่อายัดบัญชีได้ทันก่อนเสียหาย” ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร และ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ให้สืบสวนจับกุม คณะทำงานสืบทราบว่ามีฐานปฏิบัติการที่นครดูไบ โดยมีพฤติการณ์โทรมาหลอกลวงคนไทย เบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาได้ 23 คน เป็นชาวไต้หวัน 1 คน คนไทย 22 คน ส่งตัวมาไทยแล้ว จำนวน 18 คน ส่วนอีก 4 คน จะส่งตัวมาในวันพรุ่งนี้ สำหรับผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทราบว่าเข้าไปอาศัยอยู่ในสหรับอาหรับเอมิเรตส์ยังไม่นาน ประมาณ 1 ปี เดินทางเข้าไปถูกต้องตามกฎหมาย แต่อยู่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ แก๊งนี้่สร้างความเสียให้กับคนไทยมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท และมีการอายัดทรัพย์สินไปแล้ว สำหรับการหลอกลวงประชาชนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังไม่พบข้อมูล เชื่อว่าแก๊งนี้เป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานขอหมายแดงกับผู้ต้องที่อยู่ต่างประเทศ

รองผบช.ทท. กล่าวว่า แก๊งนี้ถือเป็นแก๊งใหญ่ พบกว่า ร้อยละ 60-70 ที่มีการหลอกลวงคนไทยเป็นฝีมือของแก๊งนี้ และหลังจากการปราบปรามของศป.ฉปทน.ตร.อย่างจริงจัง ประสานจับกุมที่ตั้งของแก๊งเหล่านี้ในหลายประเทศ ตอนนี้ทำไปแล้ว 5 จุด 4 ประเทศ พบว่าการหลอกลวงประชาชนด้วยวิธีนี้ลดวูบอย่างน่าใจหาย ซึ่งถือเป็นเรื่องดี อย่างไรก็ตามตำรวจเดินหน้าปราบปรามต่อเนื่องประสานประเทศที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะไต้หวันที่พบว่าทุกแก๊งที่ตำรวจไทยบุกทลายมีชาวไต้หวันเป็นหัวหน้า แก๊งนี้ก็ ก็มีนายฉีเคอ เป็นหัวหน้า

Advertisement

ขณะที่ ปปง.กล่าวว่า การปราบปรามอย่างจริงจัง ทำให้จำนวนการร้องเรียนลดลง บางวันไม่มีเหยื่อร้องเข้ามาที่ปปง.เลย จากเมื่อก่อนมีทุกวันวันละไม่ต่ำกว่า 10 ราย