เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.จักรกริช โง้วศิริ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ซึ่งมี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด เป็นประธานการประชุมรับทราบ “ความก้าวหน้าการดำเนินการด้านยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2561 ว่า ได้มีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการด้านยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2561 โดยการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดหายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฯ ซึ่งมี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัด สธ. เป็นประธาน ใน 3 ประเด็น
นพ.จักรกริชกล่าวอีกว่า ประเด็นแรก คือ การจัดหาสายสวนหัวใจ สืบเนื่องจากหลายภาคส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาที่ต้องดำเนินการในระยะเวลาอันสั้น ทั้งระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ปี 2560 มีข้อจำกัดในการจัดหาสายสวนหัวใจแต่ละชนิดที่กำหนดได้จัดหาได้เพียงชนิดละ 1 ชื่อการค้าเท่านั้น และบริษัทที่จำหน่ายมีข้อกังวลว่าอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสบการณ์และความเชื่อมั่นของแพทย์ผู้ให้การและรักษาและส่งผลต่อผู้ป่วยในที่สุด คณะอนุกรรมการฯจึงเห็นควรให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ดำเนินการจัดหาสายสวนหัวใจสำหรับที่ต้องใช้ในช่วงวันที่ 1 เมษายน-30 กันยายน 2561 โดยวิธีจัดซื้อแบบเดิมเหมือนในปี 2560 (Repeat order) ขณะที่การดำเนินการในปี 2562 ให้เพิ่มการมีส่วนร่วมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำคุณลักษณะสายสวนหัวใจเข้าไป
นพ.จักรกริชกล่าวว่า ยังมีประเด็นการหารือกรมบัญชีกลางเรื่องร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการดำเนินการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ปี 2561 เพิ่มเติม เนื่องจากการทำสัญญาระหว่าง รพ.ราชวิถี และ อภ.ยังไม่สามารถทำได้ อยู่ระหว่างรอแก้ไขวิธีปฏิบัติการจัดหาเวชภัณฑ์ในประกาศกรมการแพทย์ ความคืบหน้าได้มีการร่างประกาศกรมการแพทย์ใหม่แล้ว โดย รพ.ราชวิถี อภ. สปสช. และกรมบัญชีกลางรอนำประกาศฯเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
“ประเด็นต่อมา คือ การจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) มีรายงานความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเข็มที่ 2 สำหรับปีการศึกษา 2560 ฉีดในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560-กุมภาพันธ์ 2561 จำนวน 480,000 โดส โดยมีการกระจายวัคซีนเพื่อฉีดให้กลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจัดหาวัคซีนเข็มที่ 1 สำหรับปีการศึกษา 2561 ซึ่งฉีดในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2561 จำนวน 780,000โดส โดย อภ.อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกชนิด 4 สายพันธุ์ และกระจายจัดส่งตามแผนที่ได้วางไว้” ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช.กล่าว

