กรณีที่ “มติชน” นำเสนอข่าว โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง ประกาศจะตัดต้นยางนา ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ อายุเกือบ 100 ปี ทิ้ง โดยให้เหตุผลว่า ต้นไม้รากเน่ากำลังจะล้ม และมักจะมีกิ่งไม้ตกลงมา เกรงจะทำให้เกิดอันตรายแก่นักเรียนและคนที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณดังกล่าวได้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากครูในโรงเรียนบางคน และผู้ปกครองจำนวนมาก ที่ไม่เห็นด้วย นั้น
ล่าสุด วันที่ 3 เมษายน นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเรื่องนี้ และเห็นรูปต้นยางที่ทางเจ้าหน้าที่ส่งมาให้ดู พบว่า ต้นยางต้นดังกล่าวเป็นต้นไม้ที่สวยสง่าอย่างยิ่ง น่าเสียดายมากหากจะตัดทิ้ง แม้ว่าตามกฏหมายแล้ว ต้นยางต้นนี้อยู่ในที่ดินเอกสารสิทธิของโรงเรียน โรงเรียนมีสิทธิที่จะตัดได้ก็ตาม แต่ตามหลักการรุกขกรแล้ว ย่อมมีทางแก้ไขเยียวยาเรื่องอันตราย ตกแต่งต้นไม้ใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงและอันตรายตามที่โรงเรียนกลัวได้ จึงส่ง รุกขกร และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการป่าไม้เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับทางโรงเรียนเพื่อไม่ให้ตัดต้นไม้ และเป็นที่น่ายินดีว่า โรงเรียนตัดสินใจที่จะไม่ตัดต้นไม้ทิ้งแล้ว และพร้อมจะทำตามคำแนะนำจากผู้เชี่้ยวชาญและรุกขกร ที่กรมป่าไม้ส่งไปพูดคุยเจรจาด้วย


นายคงศักดิ์ มีแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและจัดการป่าไม้ กรมป่าไม้ กล่าวว่า วันนี้ได้เข้าไปพูดคุยกับ นายสุรกิจ ศรีสราญกุลวงศ์ อธิการบดี โรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง ซึ่งทางกรมป่าไม้เข้าใจถึงความห่วงใยของโรงเรียนที่มีต่อเด็ก และเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่โดยรูปแบบ หรือเชฟของต้นไม้ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบดู มั่นใจว่า มีวิธีการจัดการที่จะทำให้ข้อกังวลของทางโรงเรียนหมดไป โดยที่ต้นยางต้นดังกล่าวยังอยู่คู่กับโรงเรียนได้ต่อไป
“แผลลำต้น และกิ่งผุแห้งที่ค้างต้นอยู่ เราคงต้องเอาออก ส่วนเรือนยอดที่สูงชะลูด มีกิ่งก้านที่กลัวกันว่าหากลมแรงจะหักตกลงมา ก็จะตัดแต่งให้เรียบร้อย รวมทั้งขยายพื้นที่รอบโคนต้นออกมาอีกประมาณ 1 เมตร และต้องดูแลรากไม้ ให้ยึดลำต้นได้แน่นขึ้น ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะกลับไปเขียนแผนการทำงานมานำเสนอทางโรงเรียน ซึ่งท่านอธิการบดีก็ยินดี ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่สามารถรักษาต้นไม้ต้นนี้เอาไว้ได้ ครูและผู้ปกครองหลายคนดีใจกันมาก บางคนถึงขั้นจะมาวิ่งแก้บน และตอนนี้โรงเรียนได้นำเอาป้ายตัดต้นไม้ออกเรียบร้อยแล้ว”นายคงศักดิ์ กล่าว



