จับแก๊งเขมรฉกมือถือ กระเป๋าตังค์ ย่านสยาม-ประตูน้ำ แฉกลโจรเบียดบังแล้วลักส่งขายบ้านเกิด

3.04.18 | 14:41 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั้น ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ สปพ. แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาแก๊งกรีดกระเป๋าในย่านสถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โดยแก๊งนี้มีทั้งหมด 6 ราย ประกอบด้วย 1.น.ส.วิริยา สืบชาติ อายุ 27 ปี สัญชาติไทย 2.น.ส.นิน ลายนิน อายุ 28 ปี 3.น.ส.เตือย เปา อายุ 17 ปี 4.นายตี เอียน อายุ 34 ปี 5.นายอุง ลอง เล็ก อายุ 29 ปี 6.น.ส.นา เปา อายุ 16 ปี สัญชาติกัมพูชา เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร, และหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาคือก่อเหตุลักทรัพย์โดยการล้วงกระเป๋า กรีดกระเป๋า ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งสถานที่ก่อเหตุบ่อยครั้งคือบริเวณศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เกิดขึ้นย่านสยาม ห้างมาบุญครอง และห้างแพลตทินั่มประตูน้ำ โดยเจ้าหน้าที่ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายเรื่อยมา กระทั่งเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ 53 เครื่อง มูลค่าโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดประมาณร่วม 1 ล้านบาท

รอง ผบช.กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายชาวต่างชาติให้การรับสารภาพว่าได้หลบหนีเข้ามาและพักอาศัยอยู่ในไทยและร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ โทรศัพท์มือถือตามแหล่งท่องเที่ยวจริง โดยจะแบ่งหน้าที่กัน คนหนึ่งทำหน้าที่ล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์สิน โดยอีก 2-3 คน มีคนไทยร่วมด้วย ทำหน้าที่เบียดบังไม่ให้ผู้อื่นสังเกตเห็นขณะก่อเหตุ เมื่อได้โทรศัพท์จะนำไปเก็บซุกซ่อนที่ห้องพัก และจะลักลอบนำโทรศัพท์ที่ได้มา เดินทางออกไปขายต่อยังประเทศของตนหรือประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์การจับกุมคนร้ายในคดีนี้ให้ผู้เสียหาย ที่เคยถูกกลุ่มคนร้ายลักทรัพย์ตามสถานที่ดังกล่าวข้างต้น เดินทางมาตรวจสอบของกลางได้ที่ สน.ปทุมวัน เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มคนร้ายต่อไป

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า คนร้ายจะเข้าก่อเหตุในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ มีผู้เสียหายหลายร้อยราย สิ่งของที่เอาไปส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน กระเป๋าเงิน มักเลือกเหยื่อเป็นผู้หญิง เข้าไปในพื้นที่คนเยอะ เบียดเสียด ก่อเหตุแต่ละครั้งได้โทรศัพท์กว่า 30-40 เครื่อง แล้วนำไปขายประเทศกัมพูชาเครื่องละ 4-5 พันบาท เหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็ก และผู้หญิง มีการทำงานเป็นขบวนการ โดยมีคนไทยร่วมด้วย จากการปราบปรามที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพฯแทบจะไม่มีกลุ่มเหล่านี้แล้ว ที่จับได้ก็มีกลุ่มนี้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ตำรวจต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่สำคัญ เช่น ถนนข้าวสาร ถนนสีลม เซ็นทรัลเวิลด์ หรือสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ยืนยันแก๊งเหล่านี้ไม่มีแล้ว หายห่วง เบาใจได้

Advertisement