ป.ป.ท.พบเส้นทางเงินเอี่ยว 3 บิ๊ก พม. คดีทุจริตเงินศูนย์ไร้ที่พึ่ง ชงชื่อ 96 จนท.ฟันวินัย

3.04.18 | 15:39 น.
(แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แถลงผลการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งว่า จากการตรวจสอบจังหวัดเป้าหมายเร่งด่วน 37 ศูนย์ ที่มีงบประมาณตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ได้รับจัดสรรเงินสงเคราะห์ ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 503,966,500 บาท พบความผิดใน 34 ศูนย์ ประกอบด้วยขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ตราด อุดรธานี น่าน กระบี่ ตรัง สระแก้ว ร้อยเอ็ด พัทลุง ชุมพร ชัยภูมิ สุรินทร์ พิษณุโลก มหาสารคาม ลำพูน นครราชสีมาอำนาจเจริญ อ่างทอง ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครพนม กาฬสินธุ์ ยะลา สมุทรสงคราม พิจิตร ราชบุรี และจังหวัดเลย

ส่วนอีก 3 จังหวัด ที่ยังไม่พบพฤติการณ์ทุจริต แต่ต้องมีการตรวจสอบซ้ำคือ จังหวัดสิงห์บุรี ปราจีนบุรี และนครศรีธรรมราช แต่ในศูนย์ จ.สิงห์บุรี พบความผิดปกติในการจัดซื้อผ้าห่มเพื่อสงเคราะห์ปรากฏว่า ของที่ซื้อมีราคาแพงกว่าท้องตลาดเช่น ผ้าห่มราคา 199 บาท แต่จัดซื้อในราคา 400 บาท กำลังดำเนินตรวจสอบ

พ.ท.กรทิพย์กล่าวอีกว่า ป.ป.ท.จะส่งข้อมูลทั้งหมดให้ พม.และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ดำเนินการทางวินัยและปกครองกับ ผอ.ศูนย์ที่พบหลักฐานการทุจริต และจะส่งข้อมูลถึงกระทรวงศึกษาธิการ ให้ย้าย ผอ.โรงเรียนใน จ.นครพนม ที่มีพฤติการณ์สนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้กระทำทุจริตและคุกคามพยานให้ออกนอกพื้นที่ 1 ราย ให้ไปตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 27 มีนาคม 2561 ส่วนการตรวจสอบในภาพรวม 76 จังหวัด พบพฤติการณ์การทุจริตแล้ว 56 ศูนย์ มีผู้ถูกกล่าวหา 96 ราย ซึ่งได้ส่งรายชื่อให้ พม.และกรมสวัสดิการดำเนินการทางวินัยแล้ว ซึ่งจำนวนนี้ ป.ป.ท.เสนอบอร์ดตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว 19 แห่ง ในวันที่ 5 เม.ย.นี้จะเสนอบอร์ดตั้งอนุกรรมการไต่สวนอีก 24 แห่ง

พ.ท.กรทิพย์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในระหว่างการตรวจสอบมีการแจ้งเบาะแสข่าวเข้ามายัง ป.ป.ท.ว่าน่าจะมีบุคคลภายนอกศูนย์เกี่ยวข้องกับการทุจริต ป.ป.ท.จึงอาศัยคำสั่ง คสช.ที่ 69/2557 ตั้งคณะทำงานขึ้น 1 ชุด ซึ่งจากการขยายผลการตรวจสอบปรากฏพบบุคคลเชื่อมโยง พบพฤติการณ์ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยเป็นผู้บริหารระดับสูงของกรมในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 3 ราย เป็นผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการในประจำการ 1 ราย นอกประจำการ อีก 1 ราย ในขณะเกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้าราชการระดับ 11 หรือไม่ พ.ท.กรทิพย์กล่าวว่า ในตอนนี้ขอตอบว่าเป็นผู้บริหารส่วนราชการระดับกรม 3 ราย

Advertisement

เมื่อถามอีกว่า เส้นทางเงินที่พบเข้าบัญชีได้รับสัดส่วนประมาณเท่าไหร่ พ.ท.กรทิพย์กล่าวว่า ขอเป็นรายละเอียดแต่มีทั้งพยานบุคคลและเส้นทางการเงินที่พบความเชื่อมโยง ว่ามีบุคคลนอกศูนย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังพบพฤติการณ์เชื่อมโยง ในการกระทำความผิดคือ การอนุมัติงบประมาณ และพบว่าบางบุคคคล พบเส้นทางการเงินไหลกลับเข้ามา ขอไม่ใช่คำว่าเงินทอน เพราะเรายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการทอนเงิน

เมื่อถามต่อว่า ใช่บุคคลที่กระทรวง พม.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงหรือไม่ พ.ท.กรทิพย์กล่าวว่า ไม่ทราบ ทราบแค่ว่าเป็นผู้บริหารระดับกรมขณะนั้น ซึ่ง ป.ป.ท.ตรวจสอบปี 2560 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังตรวจสอบในเชิงลึกรวมทั้งส่งรายชื่อให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย หากพบความผิดปกติสามารถยีด อายัดทรัพย์ได้ตามกฎหมาย ปปง.

เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวอีกว่า เมื่อผลการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงถึงผู้บริหารระดับสูงซึ่งอยู่นอกอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ท.จำเป็นต้องเสนอบอร์ดเพื่อส่งต่อสำนวนไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยจะหารือร่วมกันว่าจะเป็นการโอนสำนวนเฉพาะส่วนที่เป็นข้าราชการระดับสูงหรือจะโอนสำนวนการตรวจสอบทั้ง 76 ศูนย์ไปให้ ป.ป.ช.ดำเนินการทั้งหมด

เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ป.ป.ท.ยังตรวจสอบศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่และนิคมสร้างตนเอง จำนวน 5 แห่ง ซึ่งบอร์ด ป.ป.ท.พิจารณาแล้วให้ส่งเรื่องนิคมสร้างตนเอง 3 จังหวัดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาและตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนิคมสร้างตนเองเชียงพิณ, ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ คณะทำงานได้ปรับแผนในการตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้ง 76 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งเดิมกำหนดแล้วเสร็จ 31 พฤษภาคม ให้เสร็จสิ้นเร็วขึ้นภายในเดือนเมษายนนี้