‘อัศวิน’เผยดับเพลิงทุลักทุเล เหตุอพาร์ตเมนต์ซอยแคบ-กทม.มีอาคารสูงเก่ากว่าพันแห่ง

3.04.18 | 16:00 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุไฟไหม้อาคารราชเทวีอพาร์ตเมนต์ ซอยเพชรบุรี 18 เขตราชเทวี กทม. ว่า จากการตรวจสอบอาคารดังกล่าว เบื้องต้นพบอาคารได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2530 ขณะนั้น กฎกระทรวงว่าด้วยข้อบังคับเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคารระบุเพียงให้ขออนุญาตก่อสร้างจากสำนักงานเขต แต่ภายหลังปี 2535 มีการบังคับใช้พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคารฉบับใหม่ และมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาคารสูง อาทิ พื้นที่ของอาคารต้องกำหนดความกว้างของถนนทางเข้าซอย 10 เมตร (ม.) มีบริเวณลานจอดรถ เป็นต้น แต่จากการตรวจสอบอาคารราชเทวีอพาร์ตเมนต์มีทางเข้า-ออกอาคารกว้างเพียง 4 เมตรเท่านั้น รถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปทำการดับเพลิงได้ ส่วนรถดับเพลิงขนาดเล็กเองยังเข้าไม่ถึงตัวอาคาร เพราะมีรถของผู้อาศัยจอดขวางทางอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต้องใช้สายยางดับเพลิงจากรถดับเพลิงขนาดใหญ่ต่อไปยังรถดับเพลิงขนาดเล็กเพื่อดับเพลิง

อย่างไรก็ตาม เพลิงไหม้ไม่ได้เกิดความเสียความหายเป็นวงกว้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มควันพวยพุ่งจำนวนมาก ผู้อาศัยภายในอาคารจึงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอาคารสำลักควัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของกทม.และอาสาสมัคร ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยการนำหน้ากากออกซิเจนอีกชุดเข้าไปสวมให้แก่ผู้ประสบภัย ปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย ได้แก่ ผู้เสียชีวิตที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 12 จำนวน 1 รายและอีก 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนผู้บาดเจ็บพบมีจำนวนกว่า 60 ราย โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม.และนพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัดกทม.ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลกลาง

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า ยังพบระบบดับเพลิงและป้องกันอัคคีภัยของอาคารราชเทวีอพาร์ตเมนต์ ไม่มีสัญญาณเตือน ระบบสปริงเกอร์ และมีบันไดหนีไฟเป็นลักษณะบันไดลิง เมื่อเกิดเหตุทำให้ผู้อาศัยขึ้นลงได้อย่างลำบาก ขณะเดียวกัน จะได้เชิญนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกทม. สำนักการโยธา สำนักงานเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมหารือเพื่อตรวจสอบอาคารเก่ารอบพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างละเอียด

“แม้อาคารเก่าจะทำการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป อาคารเก่าจำเป็นต้องมีความพร้อมด้านความปลอดภัย อาทิ ระบบเตือนภัย พนักงานรักษาความปลอดภัย การติดตั้งถังดับเพลิงทุกชั้นของอาคารและเส้นบอกทางหนีไฟอย่างชัดเจน” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวและว่า นอกจากนี้ กทม.ยังได้ออกข้อบัญญัติกทม.ที่เกี่ยวข้องเมื่อปี 2556 พร้อมประกาศบังคับใช้แล้ว เพื่อให้กฎหมายครอบคลุมอาคารเก่า

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า ระยะที่ผ่านมา กทม.ได้มีมาตรการควบคุมและตรวจสอบอาคารสูงเกี่ยวกับข้อกำหนดระบบดับเพลิงและป้องกันอัคคีภัยอย่างเข้มงวด แต่เจ้าของอาคารจะต้องให้ความร่วมมือและมีจิตสำนึกดูแลความปลอดภัยต่อผู้เช่าอาศัยด้วย เพราะมีรายได้และผลประโยชน์จากผู้เช่า ขณะที่ ผู้เช่าอาคารเองคงไม่ทราบได้ว่าอาคารที่อยู่ดังกล่าวเป็นอาคารเก่าสร้างมาก่อนพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2535 หรือไม่ เจ้าของอาคาร จึงจำเป็นต้องทำตามระเบียบและกฎหมายของกทม.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนความเสียหายของอาคารนั้น ปัจจุบันกทม.ได้ประสานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมป์ (วสท.) เข้าตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารว่าจะสามารถเปิดใช้อาคารต่อไปได้หรือไม่ หรือต้องสั่งระงับใช้อาคารเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อกฎหมาย ปัจจุบัน สำนักงานเขตราชเทวีได้เข้ามาตั้งศูนย์ช่วยเหลือและตั้งเต็นท์ที่พักสำหรับผู้ประสบภัยแล้ว ขณะเดียวกันได้กั้นพื้นที่ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าอาคารเด็ดขาด จนกว่าจะตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคาร 9 ประเภทที่ต้องยื่นขอใบรับรองการสอบอาคารเกี่ยวกับระบบความปลอดภัย ตามพ.ร.บ.ควบคุมการ พ.ศ.2535 มีจำนวนทั้งสิ้น 10,551 แห่ง ในจำนวนนี้มีอาคารที่มีการตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนดรวม 8,035  แห่งและมีอาคารที่ไม่ได้ตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนดและสำนักการโยธาได้ออกคำสั่งให้ตรวจสอบ พร้อมแจ้งดำเนินคดีแล้ว 2,516 แห่ง ส่วนอาคารสูงในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอาคารสูงก่อนปีพ.ศ.2535 จำนวน 1,033 แห่ง และอาคารสูงซึ่งก่อสร้างหลังปี 2535 จำนวน 1,336 แห่ง