เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ห้องประชุมสำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ชั้น 12 ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม พร้อมด้วยนายวันชัย บรรลือสินธุ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และ ผศ.ดร.สันติ แสงเลิศไสว ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันแถลงผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในหน่วยงานภาครัฐ – มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ -สำนักงานศาลยุติธรรม
นายสุริยัณห์ กล่าวว่า เป็นโครงการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ผ่านกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เกิดการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนักในการใช้พลังงานทดแทนในองค์กรเพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ขณะที่สำนักงานศาลยุติธรรม รวมถึงศาลยุติธรรม ที่ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก มีค่าใช้จ่าย ด้านไฟฟ้ากว่า 50 ล้านบาทต่อปี และค่าน้ำมันดีเซลเพื่อผลิตความร้อนนับล้านบาทต่อปี ซึ่งนับว่าเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ประกอบกับสำนักงานศาลยุติธรรมได้ให้ความสำคัญกับมาตรการประหยัดพลังงานตลอดมา โดยมุ่งให้สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นสำนักงานอัจฉริยะด้านพลังงาน มีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นที่ปรึกษา
ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้มี การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตรวม 389.12 กิโลวัตต์ โดยแบ่งเป็น
1. อาคารศาลอาญา กำลังผลิตติดตั้ง 200.64 กิโลวัตต์ (แผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 320 วัตต์ จำนวน 627 แผง)
2. อาคารศาลแพ่ง กำลังผลิตติดตั้ง 188.48 กิโลวัตต์ (แผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 320 วัตต์ จำนวน 589 แผง)
ซึ่งหลังจากติดตั้งแล้วเสร็จกว่า 1 เดือน ปัจจุบันผลิตไฟฟ้าไปแล้วประมาณ 30,000 หน่วย คิดเป็นผลประหยัดกว่า 140,000 บาท และติดตั้งระบบผลิตน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 250 ตารางเมตร พร้อมถังเก็บน้ำร้อนขนาด 10,000 ลิตร จำนวน 2 ถัง ลดการใช้น้ำมันดีเซลสำหรับผลิตน้ำร้อน สำหรับห้องพักสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
ซึ่งนอกจากโครงการด้านพลังงานทดแทนแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานในการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศและหลอดไฟเป็นแบบประสิทธิภาพสูง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงาน และเตรียมขยายผลไปยังศาลยุติธรรมทั่วประเทศกว่า 268 หน่วยงาน คาดว่าจะส่งผลให้สามารถลดการใช้พลังงานได้กว่า 22 ล้านหน่วยหรือคิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทต่อปี และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนได้กว่า 16,000 กิโลกรัมต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ถึง 1,600 ต้น

