คร.เผยสงกรานต์ตายสูง ดื่มแล้วอย่าขับ แนะเบียร์ไม่ควรเกิน 2 กระป๋อง มากกว่านั้นเสี่ยงเป่าเจอผิดกม.

6.04.18 | 16:28 น.

เมื่อวันที่ 6 เมษายน  นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.)  กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์ปี 2560 มีคนเสียชีวิต 440 คน บาดเจ็บนอนรพ. 4,141 ราย สูงสุดในวันที่ 13 เมษายน  คิดเป็นร้อยละ 21 สูงสุดในกลุ่มคนขับรถจักรยานยนต์ และเป็นถนนสายรอง ช่วงเวลาที่เกิด 15.00-20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่กฎหมายอนุญาตให้ขายสุราได้ ทำให้เป็นสาเหตุการเกิดอุบัติสูงถึงร้อยละ 43  นอกจากนี้ยังพบว่าในจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งหมดนั้นเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และมีการดื่มสุรา 1,669 ราย จะเห็นว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุสูญเสียจำนวนมาก นั้นปีนี้ จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดมีผลต่อสมรรถภาพในการขับขี่ของคน โดยพบว่าหากร่างกายมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้มีผลในการขับขี่เล็กน้อยในบางคน โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุใกล้เคียงกับคนที่ไม่ดื่ม ถ้ามีแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มีผลทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลงร้อยละ 8 เป็นระดับที่นักวิจัยยอมรับว่าการขับรถเป็นอันตราย โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 2 เท่าของคนที่ไม่ดื่ม ถ้าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ 80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มีผลทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลงร้อยละ 12 หลายประเทศต้องใช้กฎหมายควบคุม เพราะมีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มเป็น 3 เท่าของคนที่ไม่ดื่ม

นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า ถ้าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลงร้อยละ 15 การขับขี่แย่ลงอย่างรวดเร็ว มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่าของคนที่ไม่ดื่ม หากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูง 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลงร้อยละ 33 โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 40 เท่าของคนที่ไม่ดื่ม และถ้าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดพุ่งไปที่ 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สมรรถภาพลดลงตามสัดส่วนกับระดับแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่สามารถวัดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้เพราะควบคุมการทดลองไม่ได้ แต่โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงมาก จึงต้องย้ำว่า ไม่ได้ห้ามดื่มสุรา แต่ขอว่าหากมีการดื่มก็ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ เพราะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ หรือถ้าจะขับก็ควรพักให้สร้างเมาก่อน โดย 1 ชั่วโมงก่อนขับรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจากเอกสารของทางกรมควบคุมโรคระบุว่า หากเป็นสุราที่มีการผสม 1 ฝา หรือประมาณ 15 ซีซี ต่อ 1 แก้วนั้น ไม่ควรดื่มเกิน 6 แก้ว เป็นเบียร์ ไม่ควรดื่มเกิน 2 กระป๋อง หรือ 2 ขวดเล็ก ถ้าเป็นไลท์เบียร์ ไม่ควรดื่มเกิน 4 กระป๋อง หรือ 4 ขวดเล็ก ถ้าเป็นไวน์ไม่ควรดื่มเกิน 2 แก้ว แก้วละ 80 ซีซี เพราะถ้ามากกว่านี้จะทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้ขับขี่ยานพาหนะ ถ้ารู้ว่าต้องไปสังสรรค์ ซึ่งน่าจะมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรหลีกเลี่ยงการขับรถไปเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ควรให้คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขับรถไปรับ ไปส่ง อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าหากมีการดื่มไม่ควรขับรถ