ผบก.น.8แถลงรวบ 2 ผัวเมีย ลักรถมอเตอร์ไซค์ย่านห้างดัง พบประวัติเคยก่อคดี

6.04.18 | 17:52 น.

เมื่อวันที่ 6 เมษายน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พร้อมด้วย เดินทางไป สน.บุปผาราม แถลงจับกุม น.ส.จุฑารัตน์ หรือเอ บุญสม อายุ 38 ปี และ นายอภิเดช หรือตุ้ม ถาวรอภิชาต อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 5 เมษายน 2561 ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป” พร้อมของกลาง รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีเทา ทะเบียน 7 กท 3192 กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ เหล็กรูปตัวทีและตัวแอล 1 ชุด หมวกนิรภัย 2 ใบ และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ 1 ชุด โดยจับกุมตัว น.ส.จุฑารัตน์ ได้ที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ถนนเพชรเกษม ก่อนขยายผลติดตามจับกุมตัว นายอภิเดช ได้ที่ห้องเช่าสตาร์แมนชั่น ย่านบางแค

พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา มีผู้เสียหาย นำรถจักรยานยนต์ (จยย.) ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีดำ ทะเบียน 7 กญ 4549 กรุงเทพมหานคร ไปจอดไว้ที่ลานด้านข้างห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนอิสรภาพ เพื่อทำธุระ ต่อมาพบว่ารถสูญหายไป ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม จึงนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พากันขับขี่และซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์.ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีเทา ทะเบียน 7 กท 3192 กรุงเทพมหานคร ของกลาง มาที่จุดเกิดเหตุ จากนั้น นายอภิเดช ลงจากรถ เพื่อนำเหล็กรูปตัวทีไปไขกุญแจรถของผู้เสียหายขับหลบหนีออกมา โดยขากลับ น.ส.จุฑารัตน์ ก็ขับ รถ จยย.ของกลางตามประกบไปด้วย จากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถดังกล่าว พบว่า มีชื่อ น.ส.จุฑารัตน์ เป็นผู้ครอบครอง ฝ่ายสืบสวนจึงติดตามไปจับกุม น.ส.จุฑารัตน์ ไว้ได้ก่อนขยายผลไปรวบตัว นายอภิเดช ได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน

สอบสวน นายอภิเดช ยอมรับว่า เคยคบหาเป็นสามี-ภรรยากับ น.ส.จุฑารัตน์ มาก่อน โดยเมื่อปี 2550 เคยร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ รถ จยย.ในท้องที่ สน.หนองค้างพลู กระทั่ง น.ส.จุฑารัตน์ ถูกจับเมื่อปี 2558 ส่วนตนเองหลบหนีหมายจับไปอยู่ตามที่ต่างๆ จนหมดอายุความ ต่อมาทราบว่า น.ส.จุฑารัตน์ พ้นโทษออกมาเมื่อ 5 เดือนก่อน และพักอาศัยอยู่กับญาติในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ย่านเพชรเกษม จึงติดต่อไปชักชวนมาร่วมก่อเหตุลักทรัพย์ รถจยย.อีกครั้ง โดยให้ น.ส.จุฑารัตน์ นำรถ จยย.ออกจากบ้านพามาก่อเหตุที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนอิสรภาพ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ทราบทะเบียน มา 1 คัน กระทั่งครั้งนี้ก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยติดตามไปจับกุมตัว ซึ่งแต่ละครั้งจะมีเอเย่นต์ชื่อนายแมค ไม่ทราบชื่อและนามสกุล โทรศัพท์มาสั่งตนให้นำรถ จยย.ที่โจรกรรมมา ไปจอดไว้ที่ถนนพุทธมณฑล สาย 1 จากนั้น นายแมค จะโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มเข้าบัญชีตน โดยให้ค่าจ้างคันละ 6,000 บาท มาแบ่งกันคนละครึ่งกับ น.ส.จุฑารัตน์ อดีตภรรยานำไปใช้จ่ายประจำวัน

ด้าน พ.ต.อ.ภูมิยศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบภาพผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ร่วมลงมือก่อเหตุอย่างเป็นระบบ มีความเป็นโจรอาชีพสูงและใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เบื้องต้นทั้ง 2 ราย ยอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุแค่ 2 คัน ตามหลักฐานที่มีภาพวงจรปิดบันทึกเอาไว้ได้ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงอยากประชาสัมพันธ์ไปถึงพนักงานสอบสวน ตามโรงพักต่างๆ ที่เคยรับแจ้งความคนร้ายชายและหญิง ร่วมกันก่อเหตุลัก รถ จยย.เอาไว้ ขอให้นำภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่เกิดเหตุมาเปรียบเทียบกับรูปพรรณและแผนประทุษกรรม ของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป.

Advertisement