หน้าแรก ในประเทศ สกู๊ปพิเศษ : ...

สกู๊ปพิเศษ : รับมือสงกรานต์ สูตรเข้มข้น7-7-7 เฝ้า77ทางเสี่ยง

8.04.18 | 08:41 น.

เป็นประจำทุกปีของ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่กระทรวงคมนาคมในฐานะผู้กำกับดูแลหน่วยงานให้บริการขนส่งสาธารณะ ทั้งทางบก น้ำ ราง และอากาศ จะต้องออกมาตรการมาดูแลในเรื่องของความปลอดภัย รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางมากที่สุด

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ที่จะถึงนี้ก็เช่นเดียวกัน กระทรวงคมนาคมได้จัดทำแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาล ภายใต้มาตรการความปลอดภัยเข้มข้น 7-7-7 ยกกำลังสาม รณรงค์ ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด

ในจำนวนตัวเลข 7 นั้น ได้แบ่งเป็น 7 วันแรกก่อนเทศกาล คือ ระหว่างวันที่ 4-10 เมษายน 2561 จากนั้นก็เป็น 7 วัน ช่วงเทศกาล ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน และ 7 วัน หลังเทศกาล ระหว่างวันที่ 18-24 เมษายน โดยมีเป้าหมายให้ระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมดการเดินทาง คือ ทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ ต้องเพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร ประชาชนต้องได้รับความสะดวก ไม่ล่าช้า และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง รวมทั้งต้องบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางโครงข่ายคมนาคม ไม่ให้รถติดขัด หรือหยุดนิ่งเป็นเวลานาน ต้องเคลื่อนตัว ได้อย่างต่อเนื่อง

มีการกำหนดให้ผู้ประจำรถโดยสารสาธารณะ รถตู้ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน ต้องมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ ไม่เสพสิ่งเสพติด แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมด้วย เพื่อลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายคมนาคมให้ได้ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าหมายไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากการใช้บริการในระบบขนส่งสาธารณะ ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางด่วนทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) และต้องไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ

ในเรื่องนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ช่วงสงกรานต์ปีนี้ กระทรวงคมนาคมยังคงเฝ้าระวังเป็นพิเศษกับเส้นทางเสี่ยงอันตราย 77 สายทาง ประกอบด้วย พื้นที่นำร่องภายใต้ความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น 12 สายทาง สายทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงสงกรานต์ปี 2560 จำนวน 41 สายทาง สายทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในรอบปี 2560 จำนวน 14 สายทาง และสายทางที่ประชาชนนิยมเดินทางมากในช่วงสงกรานต์ 10 สายทาง

Advertisement

โดยสายทางเหล่านี้แบ่งตามภูมิภาคได้ดังนี้ คือ ภาคเหนือ 17 สายทาง ภาคกลาง 14 สายทาง ภาคตะวันออก 4 สายทาง ภาคตะวันตก 6 สายทาง ภาคใต้ 16 สายทาง ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ 18 สายทาง กรุงเทพฯและปริมณฑล 2 สายทาง

สำหรับมาตรการความปลอดภัยนั้น นายอาคมระบุว่า ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเข้มงวดการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ โดยให้ทุกสถานีขนส่งผู้โดยสาร 212 แห่งทั่วประเทศ สแกนรถโดยสารเข้มข้นทุกคัน และเรียกตรวจสอบรถทุกคันที่ผ่านจุดเช็กพอยต์ 19 แห่ง ใน 16 จังหวัด หากพบว่ากระทำความผิดให้ใช้กฎหมายลงโทษขั้นสูงสุดทุกกรณี พร้อมกันนี้ให้ศูนย์จีพีเอสส่วนกลาง และภูมิภาคของสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ควบคุมพฤติกรรมผู้ขับรถแบบเรียลไทม์ โดยให้แยกมอนิเตอร์รถหมวด 30 เพื่อติดตามรถหมวดนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการเฝ้าระวังเชิงป้องกันไว้ด้วย

ด้าน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้พูดถึงมาตรการความปลอดภัยของรถโดยสารที่จะนำมาให้บริการในช่วงสงกรานต์นี้ว่า ขบ.ได้ประสานให้รถโดยสารหมวด 30 หรือรถเช่าเหมา ที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นรถวิ่งเสริมให้กับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ต้องเข้าตรวจสภาพทุกคันในทุกมิติ ทั้งความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย หากพบว่ามีจุดไหนที่อาจเป็นปัจจัยของอุบัติเหตุจะถูกพ่นห้ามใช้ทันที อีกทั้งยังมีการตรวจระหว่างทางด้วย ส่วนคนขับก็จะถูกตรวจสอบเช่นกัน โดยต้องมีชั่วโมงการทำงานที่ถูกต้อง พักผ่อนเพียงพอ สารเสพติดและแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์เท่านั้น หากพบว่าคนขับไม่พร้อมจะถูกสั่งเปลี่ยนทันที

ขณะที่ นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรม ท่าอากาศยาน (ทย.) ระบุว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน ได้ประมาณการผู้โดยสารเดินทางมากกว่าปีที่แล้ว 7% โดยจะมีผู้โดยสารชาวต่างชาติใช้บริการรวม 45,000 คน และชาวไทย 336,000 คน ส่วนสายการบินที่ให้บริการในเส้นทางระหว่างประเทศคาดว่าจะมี 2,582 เที่ยวบิน และในประเทศจะมี 256 เที่ยวบิน

ทั้งนี้ กรมได้เตรียมแผนอำนวยความสะดวกและมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้ ผู้โดยสาร ไม่ว่าจะจัดเวรอำนวยการ ให้เจ้าหน้าที่ ประชาสัมพันธ์เพื่อดูแลและให้คำแนะนำ ผู้โดยสาร พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในเรื่องของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร เช่น เก้าอี้พักรับรอง ต้องเพียงพอกับปริมาณของผู้โดยสาร ความสะอาดในทุกพื้นที่ของท่าอากาศยาน โดยเฉพาะห้องสุขา ส่วนมาตรการความปลอดภัยนั้นได้กำชับให้ทุกท่าอากาศยานปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดจัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราบริเวณอาคารที่พักผู้โดยสารและโดยรอบพื้นที่ท่าอากาศยาน รวมถึงเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตรวจตราผ่านกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมซักซ้อมความเข้าใจและการปฏิบัติตามแผนการรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ในพื้นที่เพื่อติดตามควบคุมสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบหากพบเห็นสิ่งผิดปกติต้องสงสัยหรือพบสัมภาระที่ไม่ทราบเจ้าของให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ท่าอากาศยานทราบโดยด่วน

ถือเป็นมาตรการรับมือเทศกาลใหญ่ เพื่อลดอัตราการสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์

หวังว่าปีนี้จะไม่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ที่สร้างความสลดหดหู่ให้กับคนไทยอีก