เมื่อวันที่ 8 เมษายน ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัด “งานเถลิงศกสุขสันต์ มหาสงกรานต์ ตำนานไทย” ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า มีประชาชนแต่งกายในชุดไทยย้อนยุค และชุดลายดอกหลากสีสัน เดินทางมาร่วมงานอย่างไม่ขาดสาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตลอดจนนักท่องเที่ยว ท่ามกลางอากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน โดยประชาชนต่างแวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ อาทิ เจดีย์ทราย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลอง บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต รวมถึงภาพถ่าย 3 มิติ ที่อยู่บริเวณริมกำแพง และเข้าคิวสรงน้ำพระพุทธกำเนิดกาสาวพัตร์เพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งยังมีจุดให้บริการน้ำปรุงสูตรในวังที่ประชาชนสามารถตักรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ที่พามาด้วยได้ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวก คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมภายในงาน บริการวีลแชร์ บริการถ่ายรูป และทำความสะอาด ตลอดจนมีรถน้ำที่คอยพ่นน้ำคลายความร้อน

ขณะที่ด้านในสนามเสือป่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เข้าแข่งขันก่อเจดีย์ทรายชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 44 ทีม ได้ดำเนินการก่อเจดีย์ทรายต่อเนื่องเพื่อให้แล้วเสร็จภายในเวลา 14.00 น. ของวันนี้ เพื่อให้คณะกรรมการได้ให้คะแนน และทำพิธีมอบรางวัลชนะเลิศในเวลา 17.00 น. ต่อไป ซึ่งแต่ละทีมก็ได้งัดไม้เด็ดและกลวิธีที่เป็นเอกลักษณ์ของทีมมาใช้ อาทิ ทีมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ก่อเจดีย์ทรายภายใต้แนวคิด ‘ออเจ้า เล่าขาน สงกรานต์ไทย วัดไชยวัฒนาราม’ และทีมหมื่นเหินขอรับ ในแนวคิด ‘ตำนานสงกรานต์ไทย’


นางสุพัตรา ปัญญาชื่นสกุลสุข อายุ 59 ปี ชาวสระบุรี เดินทางมาพร้อมเพื่อนสนิท นางอุทัยศรี มะยมทอง อายุ 58 ปี ชาวจ.นนทบุรี เผยว่า ตั้งใจเดินทางมาร่วมงานและได้นัดแนะกับกลุ่มเพื่อนๆ ไว้ โดยก่อนหน้านี้ที่มีการจัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ตนและเพื่อนได้แต่งกายชุดไทยมาร่วมงาน 5 ครั้ง เพราะชอบในรูปแบบของงานที่จัดออกมาได้งดงาม มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ และกิจกรรมให้เข้าร่วมก็สนุก รู้สึกประทับใจมาก

“ติดใจจากงานอุ่นไอรักฯ ครั้งนี้เลยมาอีก ตั้งใจมาเก็บรูปภาพกับเพื่อนๆ เป็นที่ระลึก จัดงานออกมาได้ดีมาก ประทับใจ แต่ต้องรีบมาวันนี้เพราะว่าเดี๋ยวต้องกลับจ.สระบุรีแล้ว อยากให้ขยายการจัดงานไปถึงวันหยุดช่วงสงกรานต์เลย เพราะสามารถมาได้หลายวัน เนื่องจากเป็นวันหยุด อยากพาครอบครัวมาด้วย” นางสุพัตรากล่าว

ด้าน นางสมชิด ปานภักดี อายุ 52 ปี ชาวบุรีรัมย์ ที่เข้ามาทำงาน และอาศัยอยู่ที่จ.นนทบุรี เดินทางมาร่วมงานพร้อมครอบครัว โดยแต่งกายในชุดไทยประยุกต์พร้อมลูกสาว และญาติที่แต่งตัวในชุดเสื้อลายดอก กล่าวว่า ตั้งใจแต่งตัวมางานนี้โดยเฉพาะ เพราะก่อนหน้านี้เคยมาร่วมงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว ที่จัดออกมาได้ดีมาก ประทับใจ พอทราบว่ามีการจัดงาน เถลิงศกสุขสันต์ฯ ก็ตั้งใจว่าต้องมาให้ได้ และต้องพาลูกสาวมาด้วย เพราะอยากให้เด็กรุ่นใหม่ได้ซึบซับบรรยากาศความเป็นไทย ทั้งศิลปวัฒนธรรมและประเพณี

“เป็นงานที่จัดขึ้นมาแล้วพอมาร่วมรู้สึกสบายใจ สดชื่น อากาศดี และที่สำคัญคือรู้สึกปลอดภัย สามารถพาลูกหลานมาเที่ยวได้โดยไม่ต้องกังวล อย่างกิจกรรมก่อเจดีย์ทราย ที่ได้ไปเดินชมมาแล้ว รู้สึกชอบมาก เป็นกิจกรรมที่ดี แต่ละทีมทำออกมาได้สวยมาก จนต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก” นางสมชิดกล่าว




