เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่กระทรวงยุติธรรม นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รองผู้บังคับการตำรวจจราจร กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการกองแผนงานกิจการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลง “คุมประพฤติ จับมือภาคี ร่วมใจลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นเตือนจิตสำนึกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนตามเส้นทางสัญจรต่างๆ
นายประสารกล่าวว่า กรมคุมประพฤติได้ให้สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นเตือนจิตสานึกให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และยังได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดให้ผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคมในช่วง 7 วันอันตราย ทั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นอาสาจราจรช่วยเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดอำนวยการจราจร ด่านชุมชน จุดบริการประชาชน และจุดที่มีการจัดให้เล่นน้ำสงกรานต์ ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติงานที่สถานีตำรวจและด่านตรวจค้น โดยสั่งการให้สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศคัดผู้ถูกประพฤติที่ถูกศาลสั่งทำงานบริการสังคมประมาณ 10,000 คน ไปร่วมเป็นอาสาจราจร นอกจากนี้ ผู้ถูกคุมประพฤติที่ถูกศาลสั่งให้ทำงานบริการสังคมจะต้องถูกพักการใช้ใบอนุญาตขับรถและถูกคุมประพฤติภายใน 1 ปี ซึ่งกรมคุมประพฤติต้องติดตามควบคุมไม่ให้ฝ่าฝืนเงื่อนไขหรือกลับไปขับขี่ยานพาหนะในช่วงถูกพักใบอนุญาต ในส่วนของพื้นที่ต่างจังหวัด ยังจัดให้ผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติงานในช่วงกลางคืน โดยทำหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยตามความสมัครใจของผู้ถูกคุมความประพฤติ ที่ผ่านมาได้ออกแบบงานบริการสังคมหลายรูปแบบทั้งทำงานตามความสมัครใจ เมาแล้วขับไปทำงานห้องดับจิต ดูแลผู้ป่วยในแผนกอุบัติเหตุ หรือการส่งผู้ถูกคุมประพฤติไปดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุที่ต้องนอนติดเตียงที่บ้าน

“ผู้ถูกคุมประพฤติต้องออกไปตากแดด ตากลม ไม่ได้เที่ยวหรือฉลองในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสัมผัสกับคนเมาแล้วขับ จะได้มีความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่กลับไปทำผิดซ้ำอีก นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติในฐานะที่มีบทบาทในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด จึงได้ออกมาตรการลงโทษทางวินัยอย่างเฉียบขาดกับบุคลากรที่กระทำผิดในคดีขับรถขณะเมาสุรา โดยอาจพิจารณาวินัยร้ายแรงไล่ออกหรือปลดออก หากถูกแจ้งข้อหาขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต“ นายประสารกล่าว

ด้าน นพ.แท้จริงกล่าวว่า ในวันนี้เราได้เห็นวิธีคุมประพฤติแบบใหม่นำผู้ถูกคุมประพฤติไปทำงานด้านการจราจรโดยตรง เพื่อให้เหตุสภาพคนเมา ขณะนี้มีผู้ถูกคุมประพฤติกว่าหมื่นราย แต่กรมคุมประพฤติต้องคัดว่ามีผู้ถูกคุมประพฤติในคดีเมาแล้วขับที่อยู่ในเกณฑ์ต้องส่งไปเป็นอาสาจราจรกี่ราย โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่ผู้ถูกคุมประพฤติคดีเมาแล้วขับจะไม่ได้เล่นฉลองสงกรานต์ ถือเป็นการคัดกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงออกมาไม่ให้ขับรถ โดยผู้ถูกคุมจะได้เห็นภาพคนเมาที่หน้าด่านตรวจ ซึ่งมีพฤติกรรมหลายรูปแบบทั้งใช้อิทธิพลข่มขู่ หรือเมาจนสิ้นสภาพ เพื่อให้เป็นภาพสะท้อนของตนเองเวลาที่มึนเมาสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติถือเป็นหน่วยงานแรกที่ไม่ยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีพฤติกรรมเมาแล้วขับ ซึ่งตนอยากเห็นองค์กรภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับวินัยจราจร ไม่ใช่เห็นว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจ
ขณะที่ พ.ต.อ.อาคมกล่าวว่า ในส่วนของ บช.น. มีผู้ถูกคุมประพฤติในเขต กทม. 2,700 กว่าคน ซึ่งจะร่วมคัดกรองผู้สมัครใจเป็นจิตอาสาทำงานในสถานีตำรวจแต่ละแห่ง หรือประจำจุดอำนวยความสะดวกที่มี 11 จุด และจุดตรวจขันวินัยจราจร เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และละอายที่จะกลับไปกระทำผิดอีก


