จากกรณี พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เป็นประธานการประชุม “โครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ” หรือทุจริตฮั้วประมูล โดยมี พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ 10 หน่อยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. กองทัพภาคที่ 1 สตง. กรมสรรพากร กรมบัญชีกลาง บก.ป บก.ปอศ. และบก.ปอท. ถึงคดีฮั้วประมูลรถดูดโคลนและรถขยะ อปท. เบื้องต้นล็อตแรกพบ 21 อปท. ส่งให้ ปปช.แล้ว 20 อปท. ส่วนล็อตสองพบ 12 อปท.ใน 10 จังหวัดประกอบด้วย เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรสาคร พิษณุโลก ระยอง ศรีสะเกษ เพชรบูรณ์ สิงห์บุรี สมุทรปราการ และนนทบุรี เบื้องต้นมีตัวแทนจาก 5 จังหวัดมาพบเจ้าหน้าที่แล้วคือ สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง และสมุทรปราการ
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 9 เมษายน ที่ห้องประชุม บก.ปปป. ชั้น 4 ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. พ.ต.อ.จักร เพ็งสาธร พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ปปป.เชิญ 10 หน่วยงานจาก ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. กองทัพภาคที่ 1 สตง. กรมสรรพากร กรมบัญชีกลาง บก.ป บก.ปอศ. และบก.ปอท. ประชุมแผนปฏิบัติการ โครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ หรือทุจริตฮั้วประมูล ครั้งที่ 3 โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชม.
พล.ต.ต.กมล เผยว่า วันนี้มีการแบ่งชุดเจ้าหน้าที่ 10 หน่วยงาน เพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเขตการปฎิบัติงาน แล้วทำการสืบสวนหาพยานหลักฐานตามเป้าหมายแต่ละจุดเพื่อรวบรวมข้อมูลส่ง ป.ป.ช.ให้มากที่สุด โดยการตรวจสอบครั้งนี้จะมีการติดตามเส้นทางการเงินด้วย โดยในวันที่ 11 เม.ย.นี้ จะกระจายเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงาน ลงพื้นที่ 10 จังหวัด ตรวจสอบการกระทำความผิดในจังหวัดที่พบมีการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างรถดูดโคลนฉีดล้างท่อระบายน้ำ และรถขยะอีดท้ายในล๊อตที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะพบพยานหลักฐานที่ชัดเจนมาขึ้น
“ซึ่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. แบ่งผู้กระทำผิดเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้บริหารหน่วยงานท่องถิ่น คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการประมูล กลุ่มที่ 2 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการประมูลที่มีส่วนกระทำความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ฮั้วประมูล และกลุ่มสุดท้ายเจ้าหน้าที่ตั้งสมมุติฐานไว้ เรื่องการรับ และให้ เงินสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว และขณะนี้มี 5 จังหวัด ประกอบด้วย เพชรบูรณ์ สมุทรปราการ ระยอง นนทบุรี และพิษณุโลก ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบอำนาจให้ตัวแทนให้มาร้องทุกข์ กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ส่วนจังหวัดที่เหลืออีก 5 จังหวัด คือสมุทรสาคร ชลบุรี เชียงใหม่ ศรีสะเกษ และสิงห์บุรี โดย บก.ปปป.มีกรอบระยะเวลา คาดหลังสงกรานต์ หากจังหวัดที่เหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ได้มอบให้ใครมาร้องทุกข์ กล่าวโทษ บก.ปปป.จะทำรายงานไปศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบการทุจริต เพื่อรายงานให้รัฐบาลทราบตามขั้นตอน” พล.ต.ต.กมล กล่าว
ผบก.ปปป. เผยอีกว่า หากผู้บริหารจังหวัดใดไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดในฐานะผู้เสียหาย เพื่อเอาผิดกับขบวนการฮั้วประมูล จะเข้าความผิด ตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 104/2557 เรื่อง การกำกับดูแลการใช้จ่าย งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคำสั่ง คสช. ฉบับที่ คสช. ที่ 69/2557 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อให้การบริหารราชการของ คสช. ในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมทั้งเพื่อให้เกิดความสงบสุขแก่สังคมและผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ โดยพนักงานสอบสวนมีกรอบการทำงาน รวบรวมสำนวน พยานหลักฐานต่างๆภายระยะเวลา 30 วัน ก่อนส่งให้ ปปช.ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

