เมื่อวันที่ 9 เมษายน นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจ.สงขลา นายภักดี แก้วเนียม ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.สงขลา นำหน่วยสนับสนุนจากตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ทัพเรือภาค 2 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 จ.สงขลาและชุดปฏิบัติการพิเศษเขต 9 จำนวน 100 คน สนธิกำลังจู่โจมตรวจค้นในเรือนจำสงขลา เพื่อเข้าตรวจค้นยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเรือนจำ ตามโครงการตรวจค้นจู่โจมภายในเรือนจำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นอาคารสถานที่ ตู้เก็บสัมภาระผู้ต้องขังพร้อมทั้งตรวจปัสสาวะผู้ต้องขัง เพื่อหาสารเสพติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าสุ่มตรวจค้นเรือนนอนผู้ต้องขังชาย 209 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังที่มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องห้าม ไม่พบยาเสพติดหรือสารเสพติดแต่อย่างใด
นายราชิต กล่าวว่า ได้มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานในทุกระดับ สามารถลดระดับปัญหายาเสพติดและ ขจัดความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในส่วนของเรือนจำและทัณฑสถานที่ใช้เป็นที่ควบคุมผู้กระทำความผิด ให้ดำเนินการบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ดำเนินการปิดล้อมค้นอาคารสถานที่ภายในเรือนจำ เพื่อค้นหาสิ่งของต้องห้ามและยาเสพติด เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ เพื่อตัดวงจรการค้าระหว่างกลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำและบุคคลภายนอก ป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานที่ควบคุม
นายราชิต กล่าวว่า ในด้านมาตรการนั้น ทางเรือนจำ จ.สงขลาได้มีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดและมีมาตรการเสริม โดยทำการตรวจค้นอาทิตย์ละครั้ง ในการผนึกกำลังเพิ่มความเข้ม ในการตรวจแต่ละเรือนนอน แต่ละแดนนักโทษ ได้บูรณาการเพื่อเข้าสู่เทศกาลวันสงกรานต์ โดยได้ทำการตรวจค้น เพิ่มความเข้มข้นขึ้นมา ซึ่งคิดว่าในมาตรการจะเห็นว่าทางเรือนจำจังหวัดสงขลาได้ดำเนินการมาหลายครั้ง และพบว่าทางเรือนจำจังหวัดสงขลาไม่มีปัญหาในด้านยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือ
ฃ

