บก.ปปป.สนธิกำลังเปิดยุทธการปราบฮั้ว ครั้งที่ 3 ลุยตรวจค้น 10 เป้าหมายทั่วประเทศ พุ่งเป้าผู้บริหารส่วนท้องถิ่นทุจริต ชี้เป็นการทำงานเบื้องต้น เน้นรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนส่งไม้ต่อให้ ป.ป.ท. ป.ป.ช. ลงดาบขอประชาชนช่วยเป็นหูตาแจ้งเบาะแสทุจริต
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่ลานโกลด์เด้นเพลส ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เป็นประธานพิธีปล่อยแถวตรวจค้น “เปิดยุทธการปราบฮั้ว ครั้งที่ 3” โดยมีกำลังตำรวจ บก.ปปป. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ป.ป.ท. และทหาร ปตอ.พัน.5 รวมกว่า 140 นาย ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย 10 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย ชลบุรี นนทบุรี ระยอง สมุทรปราการ สิงห์บุรี ศรีสะเกษ เพชรบุรี เชียงใหม่ พิษณุโลก และสมุทรสาคร
พล.ต.ต.กมลกล่าวว่า บก.ปปป. ได้ดำเนินยุทธการปราบฮั้วครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เป็นเรื่องที่ทำการสืบสวนสอบสวนโดยเฉพาะเรื่องรถดูดโคลน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานาน ตนมองว่าการทุจริตลักษณะแบบนี้ต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น การที่สังคมมองว่าเรื่องทุจริตเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ถือเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง จึงต้องทำให้สังคมมองว่าเป็นเรื่องไม่ปกติ และช่วยกันเป็นหูเป็นตาว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีฮั้วประมูล ก็อาจต้องมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ อีกทั้ง เมื่อคนที่ทำผิดเห็นเจ้าหน้าที่รัฐจริงจัง หรือประชาชนเข้ามาเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ ตนเชื่อว่าสถานการณ์การทุจริตจะดีขึ้น
พล.ต.ต.กมล กล่าวต่อไปว่า วันนี้ มีการออกไปตรวจค้นทั้งหมด 10 จุด ใน 10 จังหวัด โดยแบ่งกำลังไป สำหรับกำลังหลักจะเป็น บก.ปปป. โดยได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วย เช่น สำนักงาน ปปง. และ ป.ป.ท. ซึ่งร่วมปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปราบปรามเรื่องทุจริตมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือ เรื่องการฟอกเงิน เพราะการทุจริตเป้าหมายอยู่ที่เงิน เมื่อเจ้าหน้าที่จัดการเรื่องเงินได้ ปัญหาก็น่าจะจัดการได้อย่างเด็ดขาด สำหรับเป้าหมายทั้ง 10 จุดในวันนี้ ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักของประชาชนและเป็นคนกว้างขวางในพื้นที่ ตนจึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวัง รัดกุม นอกจากนี้ การทำงานลักษณะนี้เป็นการทำงานเบื้องต้น ที่เราต้องการพยานหลักฐานให้มากที่สุด เพื่อนำไปรวมรวบในสำนวนให้กับหน่วยงานที่จะต้องรับไปดำเนินการต่อ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ท. หรือ ป.ป.ช. ซึ่งการทำงานเบื้องต้นถือว่าสำคัญ เพราะการทุจริต ถ้าเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ช้า โอกาสได้พยานหลักฐานแทบจะไม่มี ทั้งนี้ ขณะนี้ทาง บก.ปปป.ได้รับคำร้องทุกข์แล้ว ประมาณ 5 จังหวัด ถ้าพบผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการขั้นตอนกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา เมื่อได้ตัวเราก็จะส่งให้กับ ป.ป.ช. คงไม่มีการเรียกมาสอบสวนเพิ่มเติม
ด้าน นายวิทยา นิติธรรม เลขานุการ ปปง. กล่าวว่า ยุทธการครั้งนี้ ปปง. จะเข้ามาดูเรื่องทรัพย์สิน โดยเฉพาะทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดหรือนำมาสนับสนุน อีกส่วนคือคดีอาญาฟอกเงิน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ บก.ปปป.โดยตรงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การทำงานจะเป็นการบูรณาการร่วมกัน ตามนโยบายหลักของรัฐบาล เมื่อตำรวจดำเนินการเรื่องพยานหลักฐานแล้ว ปปง.ก็สามารถขยายต่อเรื่องยึดทรัพย์ได้หากพบทรัพย์ที่ได้จากการะทำความผิด รวมทั้งดูว่าทรัพย์ดังกล่าวอยู่ที่ผู้ใด เพราะผู้รับโอนอาจมีความผิดอาญาฐานฟอกเงินด้วย
ต่อมาเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. พร้อมด้วย นายวิทยา นิติธรรม ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปรามการทุจริต พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย นำหมายค้นศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง เลขที่ 5/2561 ลงวันที่ 9 เม.ย.2561 เข้าค้นบ้านเลขที่ 95/95 หมู่ 7 ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร เพื่อหาพยานหลักฐานในคดีทุจริตฮั้วประมูลรถดูดโคลน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน้าบ้านจุดที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นมีป้ายเขียนระบุว่า “ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.ท่าทราย จุดรับแจ้งเหตุเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่เรืองฤทธิ์ อุบลไทร 95/95 หมู่ 7 ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร เลขที่ 95/95 หมู่ 7 ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร บำบัดทุกข์ บำรุงสุข คืองานของเรา” ระหว่างทำการตรวจค้น มีนายอนุวัฒน์ อุบลไทร ทนายความของนายเรืองฤทธิ์ อุบลไทร ผู้ใหญ่บ้าน ต.ท่าทราย เดินทางมาถึง ก่อนเชิญผู้สื่อข่าวออกนอกรั้วที่ทำการ ให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้น ก่อนใช้เวลา 2 ชั่วโมง จึงทำการตรวจค้นเสร็จ
พ.ต.อ.จักษ์เผยว่า วันนี้มาตรวจค้นที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.ท่าทราย เนื่องจากปัจจุบันนายเรืองฤทธิ์ อุบลไทร ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งอยู่ แต่เมื่อประมาณปี 56 นายเรืองฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งนายก อบต.ท่าทราย เป็นช่วงที่มีการจัดซื้อจัดจ้างซื้อรถดูดโคลน จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้นวันนี้ เบื้องต้นจากการตรวจในออฟฟิศที่ทำการพบคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องและฮาร์ดดิสก์ 2 ตัว จึงให้ตำรวจ บก.ปอท. ทำการตรวจพบแต่โปรแกรมเกมส์ และข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องการจัดซื้อรถดูดโคลน จึงไม่ได้ทำการอายัดอะไรไปตรวจสอบ ที่มาค้นวันนี้ เพื่อหาหลักฐานเพิ่ม แม้ไม่พบหลักฐานอะไรเพิ่มก็ตาม แต่หลักฐานที่เรามีอยู่ หลังจากทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานมา 3 ปี คาดจะเอาผิดผู้เกี่ยวข้องได้
นายวิทยากล่าวว่า ในส่วนของ ปปง.ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางธุรรรมทางการเงินในคดีทุจริตฮั้วประมูล หากพบบุคคลใดมีความเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีอาญาข้อหาฟอกเงินได้ ทั้งนี้รั ฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุจริต ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการตรวจสอบแล้วปฏิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
นายอนุวัฒน์ อุบลไทร ทนายความของนายเรืองฤทธิ์ อุบลไทร ผู้ใหญ่บ้าน ต.ท่าทราย ชี้แจงว่า ตนยังไม่ทราบเลยเจ้าหน้าที่มาตรวจค้นอะไร ขณะนี้นายเรืองฤทธิ์ ยังไม่ได้รับหมายเรียกจาก บก.ปปป. และหมายอื่นๆ ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีใดๆ ทั้งสิ้น เลยไม่สามารถตอบคำถามอะไรได้





