เมื่อวันที่ 11 เมษายน เวลา 13.00 น. ที่สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพระราม 9 กทม. มีการจัดแถลงข่าวโดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ,ตัวแทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาวิทยาลัยศิลปากร มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแสดงจุดยืนขอให้ภาครัฐทบทวนการก่อสร้างสะพานเกียกกาย เนื่องจากไม่คุ้มค่าการลงทุนและบดบังทัศนียภาพรัฐสภาแห่งใหม่
ดร.อัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากกรณีที่กทม. มีโครงการจะก่อสร้างสะพานเกียกกายเพื่อเชื่อมถนนสองฝั่งเจ้าพระยาด้วยโครงข่ายสะพานและทางยกระดับ ระยะทาง 9.5 กม. คาดว่าจะใช้งบราว 16,000 ล้านบาท ตนมองว่า โครงการดังกล่าวยังไม่มีความจำเป็น ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพ ไม่คุ้มค่า บดบังทัศนียภาพความสง่างาม รวมถึงความปลอดภัยของรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสำคัญของชาติ

“เมื่อวันที่ 4 เมษายน สมาคมได้ทำหนังสือส่งถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามโครงการก่อสร้างสะพานเกียกกาย เพื่อเสนอให้ทบทวน พูดง่ายๆคือ ขอให้ระงับเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาสุกงอมที่จะก่อสร้าง ยืนยันว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งของภาครัฐ แต่มีหน้าที่ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ นำเสนอการมองต่างมุม เพื่อความรอบคอบ เพื่อบ้านเมือง นี่เป็นอีกครั้งที่สมาคมต้อเดินหน้าให้ทบทวน เพราะรัฐสภาคืออาคารสำคัญสุดอาคารหนึ่งของประเทศ ถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องดำเนินโครงการต่างๆโดยรับฟังภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีสะพานเกียกกาย ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาและ ป้อมมหากาฬ ถ้าทำแบบท๊อปดาวน์ หรือมุมมองจากบนลงล่าง จะเกิดปัญหาตลอด” ดร.อัชชพล กล่าว
รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า โครงการนี้ไม่คุ้มค่า เพราะโครงข่ายสะพานไม่เชื่อมถนนวงแหวน มีจุดขึ้นลงคับแคบ พื้นที่ตลอดแนวเส้นทางซึ่งเป็นของรัฐและเอกชนมีลักษณะเป็นแปลงขนาดเล็ก จึงไม่ก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ
“เดิมโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นช่องทางด่วนเข้าออกโครงการพัฒนาศูนย์พหลโยธิน ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่ดินรอบสถานีกลางบางซื่อ แต่ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยได้นำแปลงที่ดินใจกลางพื้นที่ศูนย์พหลโยธินมาเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง ทำให้ทิศทางการพัฒนาศูนย์ลดขนาดลง ปริมาณการจราจรก็ลดลงตามไปด้วย จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องสร้างถนนรองรับ โครงการสะพานเกียกกายก็ไม่จำเป็น เพราะมีทางด่วนและรถไฟฟ้าอย่างน้อย 2 เส้นทาง ได้แก่ สายสีน้ำเงินบนถนนจรัญสนิทวงศ์ และสายสีม่วงบนถนนสามเสน” รศ.ดร.พนิตกล่าว
นายขวัญสรวง อติโพธิ อาจารย์พิเศษคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อาคารรัฐสภาต้องการมุมที่สวยงาม รวมถึงการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ดังนั้น การกำหนดแนวเส้นทางสะพานเกียกกายพาดผ่าน และประขิดรัฐสภาแห่งใหม่ ย่อมบดบังทัศนียภาพ ขัดมาตรฐานความปลอดภัยทางผังเมือง

“ไม่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องสร้าง ผู้ทรงคุณวุฒิท้วงติงมาตลอด นี่คืองานชาติ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว วันนี้ไม่ได้มาฟูมฟายหรือลิเก แต่โครงสร้างสะพานทั้งใหญ่ ทั้งหยาบ ทั้งซ้ำซาก เป็นการสร้างภูมิประเทศแห่งความเสี่ยงบนถนนทหาร เวลาชุมนุมทางการเมืองเสี่ยงมาก ถ้าผิดแล้ว จะผิดตลอดชาติ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สะพานนี้จะทำลายการปรากฏตัวของอาคารรัฐสภา ที่เจ็บปวดสุดคือการเข้าสู่อาคาร ไหนจะมลภาวะที่ตามมา” นายขวัญสรวงกล่าว

