เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ห้องแถลงข่าว ศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโมษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงกรณีที่ เมื่อ 10 เมษายน 2561 เวลา 13.25 น. ขณะที่เจ้าหน้าตำรวจชุดปฏิบัติการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรยะรัง จำนวน 8 นาย มีเหตุปะทะกับคนร้าย เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิตจำนวน 2 คน ทราบชื่อ คือ นายซอบือรี เจะหะ กับนายยูโศ๊ะ เจ๊ะหลง นั้นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่า นายซอบือรี เจะหะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/1 บ้านน้ำใส หมู่ที่ 5 ตำบลลุโบะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เป็นบุคคลตามหมายจับ ป.วิอาญา ศาลจังหวัดปัตตานี จำนวน 18 หมาย เคยถูกควบคุมตัวมาแล้ว จำนวน 4 ครั้ง เคยก่อเหตุอุกอาจในหลายๆ พื้นที่ จังหวัดปัตตานี ซึ่งยืนยันจาก CCTV ที่ชัดเจน ได้แก่ เมื่อ 28 ต.ค.59 ลอบยิง นางสาวสุณิสา บุญเย็น ครูอัตราจ้าง กศน.มายอ เสียชีวิต และนางสาว ชฏพร ศรีเส้ง ลูกจ้าง กศน.มายอ ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ นายยูโซ๊ะ เจ๊ะหลง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 4 ตำบลบางอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงรุ่นใหม่ เป็นบุคคลตามหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 3 หมาย คดีที่สำคัญได้แก่เหตุลอบยิง นายอูมา อีแต ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลประจัน อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต เมื่อ 22 มกราคม 2561
พันเอกธนาวีร์ กล่าวว่าจากพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าวจะเห็นได้ว่าได้สร้างความเดือดร้อนที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลจากการปฏิบัติดังกล่าวเกิดจากการพบพิรุธของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เตรียมการเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ และได้เกิดการยิงปะทะจนนำไปสู่การสูญเสีย
ด้านพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจมายังญาติผู้สูญเสียทั้ง 2 ราย การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอน แต่ผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน ประกอบกับผู้ก่อเหตุรุนแรงมีหมายจับหลายหมาย และเคยก่อเหตุคดีความมั่นคงมาหลายเหตุการณ์ จึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย และขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งปฏิบัติด้วยความกล้าหาญ มีไหวพริบในการทำงาน จนสามารถยับยั้งเหตุไม่ให้มีการสูญเสียเพิ่มขึ้น

“กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงยึดมั่นในหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เที่ยงธรรม ยึดหลักสิทธิมนุษยชนต่อผู้ก่อเหตุรุนแรงที่กระทำความผิดทุกกรณี และยังเปิดโอกาสช่องทางให้ผู้ที่หลงผิดกลับมาต่อสู้คดีตามโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว และร่วมกันสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป”พลโท ปิยวัฒน์กล่าว

