เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีมีการเผยแพร่สำเนาข้อมูลหลุดจากไลน์แอปพลิเคชั่น มีการคุยระหว่างอดีตผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด และปลัดอำเภอรายหนึ่ง ล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
โดยข้อมูลที่หลุดจากไลน์เป็นบทสนทนาการต่อรองเรียกรับผลประโยชน์การออกใบอนุญาตให้โรงแรมในบางอำเภอแห่งละ 3 แสน – 1 ล้านบาท โดยทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปี 2555 – 2558 ยืนยันว่าแนวทางการสอบสวนข้อเท็จจริงจะตรวจสอบจากสาระบบการออกใบอนุญาตโรงแรมใน อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี อ.เมือง และ อ.ทับสะแก จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2553 – 2558 จากสำนักงานปกครองจังหวัด
“หากพบเอกสารการยื่นขออนุญาตไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือ อ.1 และ ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารที่มีการควบคุม หรือ อ.6 กับเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 44 และ ประกาศกฎกระทรวงเมื่อปี 2551 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 หรือไม่เป็นไปตามขั้นตอนการยื่นเอกสารในระบบสารบรรณจากระดับอำเภอจะสั่งเพิกถอนทั้งหมด
สำหรับข้อมูลในไลน์ที่ระบุว่าให้มาเอาใบอนุญาตไปก่อน มีการลงนามรอไว้ล่วงหน้า แต่โรงแรมสร้างเสร็จภายหลัง ยืนยันยันว่าเป็นใบอนุญาตเถื่อน ผู้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องมีเจตนาทุจริตชัดเจน เจ้าของกิจการที่มีใบอนุญาตเถื่อนจะมีปัญหาทันทีจากการพิจารณาเพื่อต่อใบอนุญาตครั้งต่อไป
สำหรับในยุคผมจะไม่มอบอำนาจให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดคนไหนเพื่อไม่ให้มีช่องทางในการลักไก่ออกใบอนุญาตมั่ว ยุคนี้ถ้าทำถูกต้องตามขั้นตอน ผมลงนามให้ ไม่ต้องจ่ายเงินนอกระบบ ผู้ประกอบการจะจ่ายเพียงค่าธรรมเนียมตามที่ทางราชการกำหนดเท่านั้น” นายพัลลภ กล่าว
นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กรณีที่มีข้อมูลการซื้อขายใบอนุญาตใบละ 3 แสน – 1 ล้านบาท ตนไม่ทราบ เชื่อว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวและอาจเป็นการกลั่นแกล้ง เนื่องจากข้าราชการจังหวัดเป็นคนดี ตั้งใจทำงาน แต่ความบกพร่องอาจจะเกิดจากเจ้าหน้าที่เสนอเอกสารไม่ครบถ้วน ทำให้การลงนามมีความผิดพลาด

