กทม.รับ ‘สะพานเกียกกาย’ บังทัศนียภาพรัฐสภาใหม่-วัดแก้วฟ้าฯ แต่กำลังปรับแบบ

12.04.18 | 17:27 น.

กรณีสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และกลุ่มนักวิชาการแสดงจุดยืนขอให้หน่วยงานภาครัฐทบทวนโครงการก่อสร้างสะพานเกียกกาย เนื่องจากไม่คุ้มค่าการลงทุนและบดบังทัศนียภาพของรัฐสภาแห่งใหม่นั้น

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานเกียกกาย ซึ่งเป็นโครงการในความรับผิดชอบของ กทม.เพื่อเชื่อมถนนสองฝั่งเจ้าพระยาด้วยโครงข่ายสะพานและถนนยกระดับ ว่า ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการศึกษารายละเอียดและออกแบบ (Detail and Design) และอยู่ระหว่างปรับรูปแบบรายละเอียดโครงการให้เหมาะสมกับลักษณะกายภาพบริเวณโดยรอบ

“เนื่องจากก่อนหน้านี้ กทม.ได้ออกแบบรูปแบบของโครงการก่อสร้างสะพานสะพานเกียกกายหลายครั้ง แต่ติดอุปสรรคของลักษณะพื้นที่ เพราะเมื่อปรับให้สะพานอยู่ทางขวา โครงการก่อสร้างก็กระทบต่อโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ทำให้บดบังทัศนียภาพ เมื่อปรับรูปแบบมาด้านซ้าย โครงการก่อสร้างกลับกระทบต่อวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ทำให้ต้องแก้ไขรูปแบบของสะพานอีกครั้ง หากปรับรูปแบบแล้วเสร็จจะส่งรายงานเพื่อขอความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอรัฐบาลของบประมาณอุดหนุนในการก่อสร้างซึ่งสาเหตุที่ต้องของบอุดหนุนนั้น เนื่องจากใช้งบประมาณจำนวน 1.15 หมื่นล้านบาท

“ส่วนความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของโครงการก่อสร้าง กทม.ยืนยันว่า หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยให้โครงข่ายจราจรของกรุงเทพมหานครเกิดความสมบูรณ์ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ซึ่งในอนาคตบริเวณนั้นจะมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นเพราะเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งโครงการก่อสร้างสะพานเกียกกายจะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรได้มาก เพราะเป็นสะพานเชื่อมทั้งทางตะวันออก ตะวันตก และบริเวณใกล้เคียง” นายจักกพันธุ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กทม.ยืนยันจะเดินหน้าก่อสร้างโครงการสะพานเกียกกายหรือไม่ นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกทม.อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนในอนาคตนั้นจะเกิดการก่อสร้างหรือไม่ ยังไม่ขอตอบ แต่หากประชาชนคัดค้านทุกโครงการที่ กทม.ดำเนินการ เชื่อว่าการพัฒนาเมืองคงไม่เกิดขึ้น

Advertisement

นอกจากนี้ นายจักกพันธุ์ ยังกล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าจะยกเลิกโครงการทางเลียบเจ้าพระยา ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด และยังไม่มีข้อมูลดังกล่าวเช่นกัน