ฮือฮาก่อนสงกรานต์กับคำสั่งปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารฝ่ายการเมืองของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังจากที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ได้ลงนามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 1215/2561 เรื่อง ให้รองผู้ว่าฯ กทม.คนเดิม พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งรองผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 ทั้งๆ ที่อาจจะเรียกได้ว่า ห้วงเวลานี้คือโค้งสุดท้ายของทีมผู้ว่าฯ กทม.ที่มีจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง
ผลจากคำสั่งนี้คือ ปรับให้ พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข พ้นจากรองผู้ว่าฯ กทม. และแต่งตั้งให้ นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. ขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวินยังได้ลงนามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 1216/2561 เรื่องให้ที่ปรึกษา
ผู้ว่าฯ กทม. ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.และผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.
ซึ่งคำสั่งนี้ส่งผลให้ นายศุภพงษ์ กฤษณพันธ์ นายยุทธพันธุ์ มีชัย พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. อีกทั้งส่งผลให้ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิ์วงษ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. และแต่งตั้ง พล.ต.อ.ชินทัต พร้อมด้วย พล.ต.ท.โสภณ กลับไปนั่งเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. นอกจากนี้ยังแต่งตั้ง นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช อดีตผู้อำนวยการเขตหลักสี่ที่เกษียณอายุราชการ เป็นผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.ด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น พล.ต.อ.อัศวินยังได้ลงนามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 1220/2561 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองผู้ว่าฯ กทม.สั่งและปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าฯ กทม. เพื่อให้รองผู้ว่าฯ กทม.ทั้ง 4 คน ปฏิบัติงาน บริหารงาน กทม.ได้อย่างไร้รอยต่อในกรณีผู้ว่าฯ กทม.ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ โดยให้อำนาจรองผู้ว่าฯ กทม.เรียงตามลำดับ ดังนี้
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม มีอำนาจสั่งการและกำกับดูแลงานสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร สำนักการการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการจราจรและขนส่ง และสำนักงานเขตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายโยธา ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ และฝ่ายการคลัง
นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ มีอำนาจสั่งการและกำกับดูแลงานสำนักการคลัง สำนักการศึกษา (ยกเว้นการบรรจุแต่งตั้ง) สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักงานการต่างประเทศและกองกลาง (ยกเว้นศูนย์รับแจ้งทุกข์) สำนักปลัด กทม. และสำนักงานเขตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายรายได้ ฝ่ายการศึกษา และโรงเรียนในสังกัด กทม.
นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ มีอำนาจสั่งการและกำกับดูแลงานสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักผังเมือง สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร สำนักงานตรวจสอบภายใน สำนักปกครองและทะเบียน และกองงานผู้ตรวจราชการ สำนักปลัด กทม. การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร (เฉพาะสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัย) และสำนักงานเขตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล ฝ่ายปกครองและทะเบียน
นายสกลธี ภัททิยกุล มีอำนาจสั่งการและกำกับดูแลงานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักเทศกิจ สำนักพัฒนาสังคม สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักปลัด กทม.และสำนักงานเขตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายเทศกิจ และฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม
ยิ่งกว่านั้นยังจัดลำดับให้รองผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้รักษาการแทนหากปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ตามลำดับ คือ ลำดับที่ 1 นายจักกพันธุ์ ผิวงาม ลำดับที่ 2 นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ ลำดับที่ 3 นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ และลำดับที่ 4 นายสกลธี ภัททิยกุล
ทุกคำสั่งมีผลทันที! ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายนเป็นต้นไป
พลันที่คำสั่งเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ คำถามก็พุ่งตรงไปที่ พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข ทันที แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และที่ถูกปรับไปก็เป็นตำแหน่งที่เคยอยู่เดิมก่อนขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.
แต่คำถามที่ตามต่อมาคือ ที่ว่า “เพื่อความเหมาะสม” นี้ เพื่อใคร?
ในเดือนเดียวกัน เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายสกลธี ภัททิยกุล เพิ่งไปลงทะเบียนยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ถัดมาวันที่ 3 เมษายน ร่วมกับ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส. และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทย เดินทางเข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกบัญชาการ 1 เมื่อถูกถามก็อ้างว่าไปหารือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และล่าสุดได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และแจ้งต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค
เจ้าตัวเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ในรัฐบาล ที่ประสานไปยัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ให้เข้ารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ก็ยืนยันว่าการแต่งตั้ง นายสกลธี ภัททิยกุล เป็นไปตามระเบียบ ไม่ได้ถูกแทรกแซงทางการเมืองจากใคร และไม่ใช่อำนาจจาก คสช. แต่เป็นอำนาจของผู้ว่าฯ กทม.ที่แต่งตั้งให้มาช่วยงาน
นายสกลธี ภัททิยกุล นั้นเมื่อครั้งแรกที่ลงสมัคร ส.ส.กทม. ก็ได้เป็น ส.ส.กทม.เขต 4 ในพื้นที่เขตหลักสี่ จตุจักร และบางซื่อ แม้การเลือกตั้ง ส.ส.รอบที่ 2 จะพ่ายให้แก่พรรคคู่แข่ง แต่ก็ถือว่ามีฐานเสียงอยู่บ้าง
น่าสนใจว่าในการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหาร กทม.ฝ่ายการเมืองของ พล.ต.อ.อัศวิน ครั้งนี้มีการดึงนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการเขตหลักสี่มาเป็นทีมงานด้วย
เตรียมการไว้สำหรับเลือกตั้งสมัยหน้า หรือจะเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ ยังไม่ฟันธง
แต่ที่ชัดเจนคือ คณะผู้บริหาร กทม.ชุดของผู้ว่าฯ อัศวิน มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ดังนั้นใครจะมา ใครจะไป ก็น่าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล คสช.เช่นกัน

