สมาคมพยาบาลฯ หนุนรัฐดันร่างกม.เงินทดแทนช่วยลูกจ้างชั่วคราว หลังอุบัติเหตุเจ็บป่วยจากงานไร้กองทุนเยียวยา

15.04.18 | 11:55 น.

หลังจากสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย จับมือสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กระทรวงแรงงาน ร่วมกันขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) เงินทดแทนฉบับ พ.ศ… ซึ่งนอกจากจะเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ลูกจ้างภาคเอกชนกว่า 11 ล้านคนให้ได้รับเงินทดแทนการหยุดงานจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุระหว่างทำงานสูงขึ้นถึงร้อยละ 70 จากเดิมร้อยละ 60 ของค่าจ้าง และได้รับเงินแม้จะหยุดแค่ 1 วัน จากเดิมต้อง 3 วัน โดยยังขยายให้ลูกจ้างส่วนราชการอีกราว 1 ล้านคนได้รับสิทธิดังกล่าวเป็นครั้งแรก คาดมีผลเดือนตุลาคม 2561 โดยกลุ่มที่ประสบปัญหามีสายวิชาชีพ พยาบาล ครู พนักงานดับเพลิง ฯลฯ จะได้รับประโยชน์ทั้งหมดนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที 15 เมษายน รศ.สมจิต แดนสีแก้ว นายกกิตติมศักดิ์สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรรมการสภาการพยาบาล ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า วิชาชีพพยาบาลในปัจจุบัน มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันไป อย่างของรัฐ โดยกระทรวงสาธารณสุข เดิมผลิตพยาบาล เพื่อเข้าสู่ระบบการเป็นราชการ แต่ปัจจุบันในส่วนของรัฐนั้น กลับพบว่ารพ.เดียวกันในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีการจ้างงานพยาบาลถึง 3 ประเภท เนื่องจากระบบไม่เอื้อในการบรรจุราชการ ขณะที่ภาระงานก็มาก ไม่เพียงพอต่อผู้ป่วย ทำให้ในกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันมีพยาบาล 3 ประเภทการจ้าง คือ ข้าราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาจ้าง โดยใช้เงินบำรุงของรพ.จ้าง การจ้างลักษณะนี้ก็เพราะพยาบาล ณ ปัจจุบันไม่พอจริงๆ อย่างมาตรฐานต้องมีพยาบาล 1 คนต่อคนไข้ 4 คน แต่ปัจจุบันกลายเป็น 1 ต่อ 8 อย่างห้องไอซียูต้องมีพยาบาลประจำ 1 คนต่อคนไข้ฉุกเฉิน 1 คน แต่ปัจจุบันพยาบาล 1 คนดูคนไข้ฉุกเฉิน 2 คน ทำให้การทำงานของพยาบาลมีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งงานโอเว่อร์โหลดมาก ขึ้นเวรมากหลายเท่า ซึ่งความเสี่ยงของพยาบาลมีมาก ทั้งการติดเชื้อต่างๆ ทั้งวัณโรค เอชไอวี มีหมด

“นอกจากนี้ ยังเสี่ยงเรื่องการส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน พยาบาลต้องอยู่ในรถพยาบาลฉุกเฉินด้วย เพราะเป็นมาตรฐานระบุให้พยาบาลอยู่ในรถ ซึ่งรถแอมบูแลนซ์ก็ยังไม่ได้ว่าจะปลอดภัยกับคนที่นั่งข้างในเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมาก็มีพยาบาลประสบเหตุมาก ทั้งเสียชีวิต ทั้งพิการ อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างพ.ร.บ.ฯ นี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มาช่วยลูกจ้างส่วนราชการได้ แต่จากการที่ลูกจ้างส่วนราชการมีแหล่งการจ้างแตกต่างกัน เช่น พนักงานกระทรวงสาธารณสุขก็จะเป็นเงินงบประมาณ แต่ลูกจ้างส่วนราชการ ทั้งลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างรายปี จะเป็นเงินจ้างจากรพ.เอง เราก็ยังกังวลว่า เงินทดแทนที่จะได้รับจะเท่ากันหรือไม่ หากเท่ากันก็จะตอบโจทย์ได้แท้จริง แต่ก็มีข้อเสนอว่า หากเป็นไปได้กรณีพยาบาลที่เป็นข้าราชการ หากประสบอุบัติเหตุจากรถพยาบาลฉุกเฉินไม่ได้ดูแลทั้งชีวิตเหมือนร่างพ.ร.บ.ฯ แม้จะค่อนข้างยากก็ตาม เพราะเรารู้สึกว่า พยาบาลอยู่รพ.เดียวกัน แต่สถานะต่างกัน เป็นความไม่เป็นธรรมของการจ้างงานตั้งแต่ต้น” รศ.สมจิต กล่าว