สบส.เร่งตรวจสอบร้านนวดย่านสุขุมวิท หลังถูกแจ้งทำอนาจารลูกค้าต่างชาติ

15.04.18 | 21:50 น.
นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายหนึ่งได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างว่า ถูกพนักงานร้านนวดแห่งหนึ่งกระทำอนาจาร เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2561 ที่ผ่านมานั้น

(คลิกอ่าน ยังสับสน! สาวไต้หวันร้องถูกข่มขืนในร้านนวด ตร.จับหมอหนุ่มแจ้งข้อหาอนาจาร รับมีเซ็กส์ได้ทิป 100 บ.)

​เมื่อวันที่ 15 เมษายน นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ทางกองสถานประกอบการฯได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบว่า ร้านนวดดังกล่าวมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือไม่ รวมทั้งผู้ให้บริการมีการขึ้นทะเบียนกับกรม สบส.หรือไม่ โดยหากตรวจสอบพบว่าผู้ให้บริการมีการกระทำผิดจริง ผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการฯหรือเจ้าของร้านจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานประกอบเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ฐานปล่อยให้มีการกระทำหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีในสถานประกอบการฯ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และอาจได้รับโทษสูงสุดคือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนผู้ให้บริการที่กระทำผิดจะต้องถูกลบชื่อออกจากทะเบียน หมดสิทธิประกอบอาชีพนวดอีกต่อไป และต้องรับโทษตามกฎหมายอาญา

​นพ.ภัทรพลกล่าวต่อว่า ผู้ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ทั้งสปา นวดเพื่อสุขภาพ หรือเพื่อเสริมความงามทุกแห่ง มีหน้าที่ต้องรักษามาตรฐานทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต และต้องควบคุมดูแลมิให้มีการลักลอบค้าประเวณี รวมไปถึงไม่ให้มีการกระทำหรือบริการใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย เพื่อให้ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้รับบริการทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมทั้งเป็นการรักษาชื่อเสียงของประเทศชาติอีกด้วย