‘กัญชา’ เพิ่มรสชาติอาหาร แต่ผิดกม. ย้ำควรวิจัยคู่ ‘กระท่อม’ ช่วยโรคจิตเวช

16.04.18 | 17:00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องต่างๆ รวมทั้งทีมวิจัยมหาวิทยาลัยรังสิต เดินหน้าวิจัยพัฒนาสารสกัดจากกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ทั้งโรคทางสมอง โรคลมชัก พาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม โดยนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ตั้งคณะทำงานวิชาการขึ้นมารวบรวมข้อมูลและศึกษาความเป็นไปได้ในการนำมาใช้เป็นยานั้น ล่าสุดในสังคมออนไลน์มีการตั้งคำถามว่า ปัญหาอาจมีประโยชน์หรือไม่ เพราะมีการนำไปผสมในอาหาร หรือในขนม อย่างที่เคยมีการจับกุมคือ กัญชาบราวนี่นั้น

เมื่อวันที่ 16 เมษายน ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า  สูตรตำรับสมัยโบราณมีการนำกัญชาไปประกอบอาหาร เพียงแต่ใส่ในปริมาณเล็กน้อย ใช้ใบ 1-2 ใบเท่านั้น ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าจะช่วยเจริญอาหาร หรือทำให้อาหารรดชาติดีขึ้น ส่วนจะช่วยเรื่องการรักษาโรค หรือส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างไรนั้น ยังไม่มีการนำมาศึกษาวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากกัญชา จัดเป็นพืชเสพติดประเภทที่ 5 ซึ่งถูกควบคุมทั้งหมด แม้จะให้ทดลองวิจัยได้ แต่เป็นเพียงห้องปฏิบัติการ ไม่สามารถวิจัยในมนุษย์ ดังนั้น แม้วิจัยออกมาได้ก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อยอดใช้จริง

“คนสมัยก่อนที่นำมาประกอบอาหารนั้น และไม่มีการติดยา ก็เพราะว่าเขาใช้ในปริมาณน้อยๆ ไม่ได้ใช้หนักแบบคนที่ติดในปัจจุบัน ซึ่งทุกวันนี้สังคมเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นต้องมีการควบคุม ซึ่งเห็นด้วยต้องมีการควบคุมกัญชา แต่ก็น่าจะเปิดให้มีการวิจัยพัฒนา อย่างไรก็ตาม นอกจากกัญชา ใบกระท่อมก็เป็นอีกชนิดที่น่าสนใจในการพัฒนาเป็นยา เพราะภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน จัดกระท่อมเป็นพืชที่ช่วยอาการท้องเสียได้ แต่ปัจจุบันมีการวิจัยพัฒนา และศึกษาพบว่า ช่วยลดอาการปวดได้ รวมทั้งช่วยเรื่องโรคทางจิตเวช อย่างคนที่เครียดๆ จะกินยานอนหลับ ก็น่าจะใช้กระท่อมช่วยแทนยา ซึ่งถือเป็นตำราโบราณ” ภญ.ผกากรอง กล่าว