เมื่อวัน ที่ 17 เมษายน นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย มีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ จำนวน 3,620 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,461 คดี ขับรถประมาท จำนวน 14 คดี ขับเสพ จำนวน 145 คดี สำหรับยอดสะสม 7 วัน (11-17 เมษายน 2561) มีคดีทั้งหมดจำนวน 10,784 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 10,457 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 96.96 ขับรถประมาท จำนวน 35 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 0.32 แข่งรถหรือขับซิ่ง จำนวน 2 คดี หรือร้อยละ 0.018 ขับเสพ จำนวน 290 คดี หรือคิดเป็นร้อยละ 2.68 ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีเมาแล้วขับสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงราย จำนวน 525 คดี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 506 คดี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 430 คดี
นายประสาร กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินการติดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับผู้กระทำผิดในคดีเมาแล้วขับตามคำสั่งศาลของสำนักงานคุมประพฤตินำร่อง ซึ่งกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกบ้าน เวลา 22.00 – 04.00 นาฬิกา เป็นเวลา 15 วัน คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัวจำนวน 4 ครั้ง พร้อมทั้งทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง ซึ่งในวันนี้ (17 เมษายน 2561) สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 2 (ประจำศาลแขวงพระนครเหนือ) ดำเนินการติดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จำนวน 22 ราย ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 13-17 เมษายน 2561 รวมทั้งหมด จำนวน 59 ราย ได้แก่ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 2 จำนวน 58 ราย สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 12 (ประจำศาลแขวงดอนเมือง) จำนวน 1 ราย
นายประสาร กล่าวด้วยว่า กรมคุมประพฤติ ได้ดำเนินการมาตรการเข้มกับผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีเมาแล้วขับ โดยจัดให้ทำงานบริการสังคมเพื่อสร้างจิตสำนึกและให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม ประกอบด้วย ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจที่จุดตรวจค้น จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน อาสาจราจร จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จุดตรวจเล่นน้ำสงกรานต์ และกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ตลอดจนทำความสะอาดบริเวณจุดตรวจค้น ทาสีขอบทางขาว-แดง รวมทั้งบริการช่วยเหลือประชาชนคนชรา คนพิการ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มารดาพร้อมทารกแรกคลอด และประชาชนที่มีกระเป๋าสัมภาระหลายใบ ที่เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ ศูนย์อำนวยการร่วมฯ สถานีขนส่ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม รวมทั้งสิ้น 7,848 ราย

