รู้ได้อย่างไร ‘ปลาร้า’ ได้มาตรฐาน นักโภชนาการแนะวิธีง่ายๆ กินอย่างปลอดภัย

18.04.18 | 14:15 น.

จากกรณีราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้า : ปลาร้าตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 โดยระบุว่าด้วยคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรเห็นสมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องปลาร้าเป็นมาตรฐานทั่วไปตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร 2551 เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัยนั้น ซึ่งเป็นการกำหนดในเรื่องของกระบวนการผลิต แต่หลายคนอาจสงสัยว่า ประชาชนทั่วไปจะมีวิธีในการเลือกรับประทานปลาร้าอย่างปลอดภัยอย่างไร

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 เมษายน พญ.นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า  วิธีสังเกตที่ทำได้ชัดเจน คือ กรณีการซื้อแบบบรรจุขวด ก็สามารรถดูว่ามีตราผ่านตามมาตรฐานสินค้าหรือไม่ แต่ในความเป็นจริง หลายคนรับประทานอาหาร อย่างส้มตำ หรือแกงเห็ด ฯลฯ ที่มีส่วนผสมของปลาร้าก็ค่อนข้างจะสังเกตได้ยาก เพราะความเป็นจริงเราจะไปยืนถามพ่อค้าแม่ค้าว่า ปลาร้าต้มสุกหรือไม่ ก็อาจจะไม่ได้รับคำตอบที่ตรงตามความเป็นจริงเสมอไป ดังนั้น หากจะเลือกรับประทานก็ต้องซื้อจากร้านที่คุ้นเคย หรือมีความสะอาดในการปรุง และมั่นใจได้ว่าปลาร้าต้มสุกแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตามหลักโภชนาการก็ยังยึดหลักว่า ควรบริโภคหลากหลาย ไม่ใช่กินอาหารที่ผสมปลาร้าอยู่เป็นประจำ โอกาสรับสารที่เราไม่ทราบว่ามีอะไรบ้างก็อาจมีความเป็นไปได้สูงด้วย

วิธีสังเกตง่ายๆ ก่อนอื่นดูจากรูปลักษณ์ภายนอก ทางกายภาพว่า ปลาร้ามีการปนเปื้อนพวกแมลง หรือตัวอะไรที่แปลกไปหรือไม่ กลิ่นแรงเกินไปหรือไม่ แต่เรื่องกลิ่นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะบางคนก็ชอบ และทนกับกลิ่นแรงๆได้ สิ่งสำคัญ หากรับประทานปลาร้าควรต้องกินผักแกล้มไปด้วย เพราะผักจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ก็จะมีคุณค่าทางอาหารไปในตัว ขณะเดียวกันปลาร้าจะมีโซเดียมสูงกินมากก็ไม่ดีต่อร่างกาย การรับประทานผักก็จะไปช่วยได้ทางหนึ่ง

“ในปลาร้าจะมีพวกเกลือ หรือโซเดียมปริมาณมาก ซึ่งหากกินมากเกินไป ย่อมทำให้เรารับโซเดียมสูงเกินความจำเป็น ประกอบกับเราไม่รู้ว่าปลาร้าที่ซื้อมาผสมกับผงชูรสหรือไม่ ถึงแม้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จะกำหนดสารประกอบอาหารไม่ให้เกินมาตรฐาน แต่ตามหลักโภชนาการการกินซ้ำๆก็ไม่ใช่ ควรกินหลากหลายดีกว่า และควรเลือกซื้อปลาร้าจากร้านที่เราคุ้นเคย ว่ามีความสะอาด ต้มปลาร้าแล้ว  ” พญ.นภาพรรณ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปลาร้าที่ไม่ได้มาตรฐานจะมีการปนเปื้อนสารอะไรหรือไม่ พญ.นภาพรรณ กล่าวว่า บอกยาก เพราะจริงๆหากผลิตตามกฎหมายก็จะไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่หลักโภชนาการก็ต้องมีการเตือนการบริโภคว่า ไม่ควรบริโภคบ่อยๆ ไม่ใช่แค่ปลาร้า แต่เป็นทุกอย่าง อย่างกรณีปลาร้าที่เตือนกัน นอกจากเรื่องการต้มสุก ไม่กินปลาร้าดิบที่หมักสดๆไม่ต้มเพราะเสี่ยงท้องเสียแล้ว ยังมีเรื่องสารจากการหมักของปลาร้า เนื่องจากในอดีตคนสมัยก่อนจะทำปลาร้าโดยสาดเกลือหมักทิ้งไว้ ซึ่งใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันก็มีเกลือไนไตรท์ เป็นเคมีสำหรับใส่อาหาร ซึ่งจะควบคุมอยู่ว่าต้องใส่ในปริมาณเท่าไร อย่างไรก็ตาม สารดังล่าวจะไปทำปฏิกิริยากับปลาร้าจนเกิดเป็นไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งได้ ดังนั้น จึงแนะนำว่าควรรับประทานอาหารอย่างหลากหลาย อย่าทานซ้ำๆ เพราะระบบร่างกายปกติจะขับถ่ายออกมา หากทานน้อยก็จะไม่ค่อยส่งผลต่อร่างกายมากนัก แต่หากทานมากๆก็มีความเสี่ยงได้

Advertisement

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยสุ่มตรวจปลาร้า แต่ไม่พบการปนเปื้อน ที่เคยมีข่าวว่าอาจมีเชื้อโรคก็ไม่เจอ ส่วนใหญ่ที่เจอปัญหาสิ่งเจือปนจะเป็นกลุ่มไส้กรอกอีสาน แหนม ปลาส้ม เจอประมาณร้อยละ 20 ส่วนปลาร้าไม่พบเชื้อแบคทีเรีย แต่ต้องระวังเรื่องพยาธิ ดังนั้น จึงแนะนำให้รับประทานแบบปรุงสุก นำไปต้มก่อน อย่างไรก็ตาม ที่กังวลว่าจะมีพวกไนไตรท์ จนทำให้เกิดสารก่อมะเร็งนั้น จากการสุ่มตรวจก็ยังไม่พบสารดังกล่าวที่ก่ออันตรายเช่นนั้น