หน้าแรก ในประเทศ ตร.มาเลย์ เร่...

ตร.มาเลย์ เร่งล่า 4 ผู้ต้องสงสัย-คนไทยเป็นหัวหน้า กอ.รมน.ภาค 4 ปัดเอี่ยว’ไอเอส’

18.04.18 | 16:00 น.

สืบเนื่องจากวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมาว่า นายโมฮัมหมัด ฟูซี ฮารุน ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย แถลงว่า เจ้าหน้าที่มาเลเซียยังคงติดตามผู้ต้องสงสัย 4 คน ที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้ต้องหา 10 คน อันมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอส และวางแผนจะก่อเหตุลักพาตัว โจมตีศาสนสถานของศาสนาอื่นที่มิใช่ศาสนาอิสลาม และสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ทั้งนี้ ตำรวจมาเลเซียปฏิบัติการจับกุมสมาชิกกลุ่มไอเอส 6 คนในรัฐยะโฮร์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม แต่มี 4 คนที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ประกอบด้วย คนไทย 1 คนคือ 1.อะแว แว-เอยา อายุ 37 ปี ภูมิลำเนาเป็นชาว จ.นราธิวาส และเป็นหัวหน้ากลุ่ม 2.มูฮะหมัด ไฟซาล มูฮะหมัด ฮานาฟี วัย 29 ปี กับบิดา 3.มูฮะหมัด ฮานาฟี เยาะห์ วัย 51 ปี และ 4.นอร์ ฟาร์ฮัน โมห์ อิซา วัย 31 ปี จากรัฐยะโฮร์

ผบ.ตร.มาเลยเซียระบุว่า ทั้ง 4 คนนี้เป็นบุคคลอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ และขอความร่วมมือจากประชาชนให้เฝ้าระวังและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหากพบความเคลื่อนไหว ขณะที่หนังสือพิมพ์
สเตรทส์ไทมส์ ของสิงคโปร์ อ้างแหล่งข่าวกรองว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยไอเอส 6 คนที่ถูกจับกุมตัวได้ เชื่อว่าอะแวเป็นคนหัวแข็งและกำลังพยายามที่จะจัดตั้งเซลล์ไอเอสในภาคใต้ประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวเมื่อ 2-3 ที่ผ่านมาว่า ทางตำรวจมาเลเซียได้มีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไอเอส จำนวน 4 ราย ซึ่งหนึ่งในสี่นั้นพบว่าเป็นคนไทย ในกรณีดังกล่าว ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องและได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 กองรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ทำการตรวจสอบ ล่าสุด ท่านแม่ทัพได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าประจำการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยดังกล่าวพบว่าเป็นคนไทยจริง แต่จากการตรวจสอบพฤติกรรมเชิงลึกและฐานข้อมูลที่มีการตรวจพบในเฟซบุ๊กและสื่อออนไลน์พบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสแต่อย่างใด แต่เป็นพฤติกรรมของบุคคลที่ชอบคุยโม้โอ้อวดที่จะพยายามสร้างการยอมรับในสื่อสังคมออนไลน์ โดยพยายามที่จะอุปโลกน์ตัวเองว่าเป็น ‘บีไอเอ็น’ ว่าเป็น ‘ไอเอส’

“กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค  4 ส่วนหน้า ได้เรียนให้สังคมทราบมาตลอดว่า จากการตรวจสอบและติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราไม่พบความเคลื่อนไหวหรือความเชื่อมโยงของการก่อเหตุในพื้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มไอเอสแต่อย่างใด ทั้งนี้ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาตใต้เป็นเรื่องภายในของประเทศไทยที่ผู้ที่กระทำความผิดล้วนแต่เป็นพลเมืองไทย ซึ่งเราใช้กฎหมายของประเทศไทยในการปฏิบัติการตลอดที่ผ่านมา” พ.อ.ปราโมทย์กล่าว

Advertisement