เมื่อวันที่18 เมษายน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม และนางอัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา ให้การต้อนรับคณะข้าราชการที่เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับกลางของกระทรวงมหาดไทย (บ.มท.) รุ่นที่ 31 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และบรรยายพิเศษ เรื่อง ‘การเป็นข้าราชการที่ดี ตามรอยพระยุคลบาท’ ณ พิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ วังวรดิศ ถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตอนหนึ่งว่า

“การเป็นข้าราชการที่ดีมีความหมายที่ไพศาล หากจะได้กล่าวโดยสรุปในฐานะรุ่นพี่ข้าราชการฝ่ายปกครอง คือ ความมุ่งมั่นของข้าราชการทุกหมู่เหล่าที่จะเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทั้งในเรื่องความขยันหมั่นศึกษาเพื่อให้ตัวเราเองทันต่อเหตุการณ์ความผันแปรเปลี่ยนแปลงของโลก ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นผู้มีอัธยาศัยไมตรีอันดี รู้จักวิธีการประสานงานในเชิงบูรณาการและความร่วมมือร่วมใจ ไม่ใช่ความแบ่งแยกหรือแตกแยก
นักวิชาการปัจจุบันวิเคราะห์ตรงกันว่า สถาบันข้าราชการยังคงเป็นแกนหลักในการสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ หากข้าราชการมีค่านิยมหรือปรัชญาชีวิตที่ถูกต้อง สร้างสรรค์ ยึดหลักสุจริตธรรมเป็นหลักสูงสุดในการปฏิบัติงานแล้ว ย่อมก่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจจากพี่น้องประชาชน ไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่จะกลับกลายเป็นการทำลายล้างความเชื่อมั่นศรัทธา หากเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาแก่สังคมได้แล้ว แต่กลายเป็นนิยมการวางอำนาจบาตรใหญ่ เห่อเหิม ปราศจากความจริงใจ แล้วใครกันจะนิยมชมชอบข้าราชการ ผู้นั้นเท่ากับทำลายล้างตนเองและสถาบันข้าราชการ ผมมองว่าใครชอบเบ่ง ชอบโอ้อวด หลงลืมตัว ปราศจากความพอเพียง และไม่เป็นสุภาพชน ที่จะเป็นแบบอย่างและกำลังใจแก่สังคม แสดงว่าบุคคลผู้นั้นเลือกเดินทางผิด มีอาชีพผิด การเป็นข้าราชการของแผ่นดิน คือ ความสง่างามและความภาคภูมิใจของประเทศชาติและประชาชนชาวไทย
หากผมจะยกตัวอย่างว่าบ้านทรงไทยของชุมชนหลังหนึ่ง กับต้นไม้อีกต้นหนึ่ง สร้างและปลูกขึ้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ที่ผมรักและคิดถึง ความงดงามของบ้านทรงไทยและต้นไม้มีความเจริญงอกงามได้ด้วยความดูแลเอาใจใส่ของประชาชนทุกคน โดยมอบหมายให้บุคลากรคณะหนึ่งดูแลรักษาให้กับทุกๆ คน แต่บุคลากรคณะนั้นกลับปล่อยปละละเลยความรับผิดชอบ แถมยังทุจริตค่าว่าจ้าง จนกระทั่งบ้านหลังนั้นและต้นไม้ต้นนั้นทรุดโทรม เสียหาย จนกระทั่งล้มตายลง ความรับผิดชอบจะไปตกอยู่กับใครอื่นไม่ได้ นอกจากคณะบุคคลที่กล่าวถึง สิ่งนี้ที่เราเรียกว่า ‘ความรับผิดชอบ’ และ ‘ความซื่อสัตย์สุจริต’
ความมุ่งมั่นในการทำงานตามแนวคิดสมัยใหม่ ทั้งที่ได้เริ่มต้นลงมือปฏิบัติไปแล้ว และที่จะมีการเริ่มต้นขึ้น ก่อให้เกิดวัฒนธรรมในการทำงานตามแผนปฏิรูประบบการบริหารราชการภาครัฐ ยังผลให้งานราชการมีประสิทธิภาพ มีศักดิ์ศรี ผลประโยชน์และความสุขอกสุขใจย่อมได้กับประชาชนวันยังค่ำ ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้คนพลเมือง ได้แก่ สมาชิกในครัวเรือน ผู้ประกอบสัมมาชีพ ลูกหลานนักเรียน นิสิต นักศึกษา มีความสุข ปราศจากความขัดแย้ง สังคมมีแบบอย่างและยึดมั่นหลักสุจริตธรรม ย่อมมีเสถียรภาพและเป็นเกียรติภูมิของประเทศได้อย่างแท้จริง ปรากฎการยอมรับจากนานาอารยประเทศ”


