เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องโถงชั้น 1 อาคารเพชร กรมทรัพยากรธรณี จัดงานแถลงข่าว “การประกาศรับรองอุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย” โดยนายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี(ทธ.)

นายทศพร กล่าวว่า อุทยานธรณีโลกเป็นโปรแกรมที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้การสนับสนุน รับรองและ 1 ระดับความสำคัญเทียบได้กับมรดกโลก ชื่อเป็น ที่รู้จักกันดีปัจจุบันมีอุทยานธรณีโลกจำนวนทั้งสิ้น 140 แรงใน 38 ประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านรอบรอบประเทศไทยที่มีอุทยานธรณีโลก ได้แก่ มาเลเซีย 1 แห่ง อินโดนีเซีย 4 แห่งและเวียดนาม 2 แห่ง อุทยานธรณีสตูลเกิดขึ้นจากความต้องการของคนในพื้นที่ จ.สตูลที่มีแหล่งมรดกทางธรณีวิทยาที่ทรงคุณค่าและมีความสำคัญหลายแห่งเช่น ถ้ำเล-สเตโกดอน ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต น้ำตกวังสายทอง ปราสาทหินพันยอด ฯลฯ ซึ่งชุมชนและองค์กรท้องถิ่นที่มีแหล่งมรดกทางธรณีเหล่านี้ ได้รวมตัวกันพัฒนาเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์แหล่ง มีการพัฒนาการบริหาร จัดการการศึกษาและการสื่อความหมายแหล่งการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

นายทศพร กล่าวต่อว่า เมื่อยูเนสโก ประกาศรับรองขึ้นทะเบียนและเข้าเป็นสมาชิกของเครือข่าย หรือ GGN (Global Geoparks Network) จะทำให้อุทยานธรณีสตูลเป็นที่รู้จักในระดับโลกมากยิ่งขึ้น จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมและศึกษากันมากขึ้นมีนักวิทยาศาสตร์จากในและต่างประเทศเข้ามาศึกษาแหล่งทางธรณีวิทยาเพิ่มขึ้นทางเศรษฐกิจในชุมชนการท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและการศึกษาตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างสมาชิกเครือข่ายของอุทยานธรณีโลกซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการพัฒนา สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและการศึกษาตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างสมาชิกเครือข่ายของอุทยานธรณีโลก ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนแก่ชุมชนและท้องถิ่น


นายทศพร กล่าวต่ออีกว่า การขึ้นเป็นอุทยานธรณีโลกยูเนสโกจะทำการตรวจประเมินซ้ำทุกๆ 4 ปีแต่ละครั้งก็จะมีความเข้มข้นในการตรวจประเมินสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับโดยจะแสดงผลการตรวจประเมินเป็นระดับสี สีเขียว-ผ่าน เหลือง-ปรับปรุงและแดง-ถูกถอดถอนออกจากทะเบียนของ ยูเนสโก ดังนั้นหากอุทยานธรณีโลกแห่งใดมีการบริหารจัดการที่บกพร่องก็สามารถที่จะถูกถอดถอนจากการเป็นสมาชิกได้และต้องเว้นระยะเวลาอีก 2 ปีจึงจะสามารถสมัครใหม่ได้ซึ่งเคยมีอุทยานธรณีบางประเทศเคยถูกถอนออกจากสมาชิกไปแล้ว

“หากถามว่าได้อะไรจากการเป็นอุทยานธรณีระดับโลกแห่งแรกของไทยคือ ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีเครือข่ายต่างประเทศที่เชื่อมโยงกันมากถึง 140 แหล่ง 38 ประเทศ มีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่นำนักท่องเที่ยวทำให้เกิดการสร้างรายได้และประโยชน์จากรายได้จะลงไปสู่ชุมชนโดยตรง เกิดผชลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เกิดการเรียนรู้การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน การทำลายธรรมชาติโดยรู้เท่าไม่ถึงการก็จะไม่เกิดขึ้นเมื่อมีการเรียนรู้ และเป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้ เรื่องที่น่าเป็นห่วงที่จะต้องมีมาตรการหรือแผนในการจัดการบริหารคือการเกิดขึ้นของประชากรแฝง เพราะหากมีประชากรเพิ่มมากขึ้นอาจนำไปสู่การเกิดปัญหาขยะ ปัญหาด้านมลพิษมลภาวะทางอากาศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ขอบคุณทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนที่มีส่วนผลักดันให้อุทยานธรณีสตูลกลายเป็นอุทยานธรณีระดับโลก” นายทศพรกล่าว
////

