เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ถนนแม่กลอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ ข้าราชการเกษียณตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี นำเอกสารคำฟ้องไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อฟ้องในคดีอาญา ต่อนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการไต่สวนคำร้องฉุกเฉิน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที การยื่นฟ้องบุคคลทั้ง 3 จึงแล้วเสร็จ
นายษิทราเปิดเผยภายหลังที่หน้าศาลจังหวัดกาญจนบุรี ว่า วันนี้มายื่นฟ้อง นายปรีชา ใคร่ครวญ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ในฐานร่วมกันเบิกความอันเป็นเท็จ ในคดีที่มีการไต่สวนในคดีแพ่ง ในการยื่นคำร้องขอฉุกเฉิน ในการอายัดเงินของลุงจรูญ
สำหรับหลักฐานในการฟ้องคดีเราได้รวบรวมประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมต่างๆ ทำให้เชื่อได้ว่าในวันที่ 31 ต.ค.60 ครูปรีชาไม่ได้มาซื้อลอตเตอรี่เลข 533726 จริง โดยหลักฐานต่างๆ เราจะขอเสนอในชั้นศาล
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจขนาดไหนเพราะขณะนี้มีพยานฝ่ายครูปรีชาเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ทนายตั้มกล่าวว่า พยานที่งอกออกมาเรื่อยๆ เราไม่ได้สนใจ เพราะหลักจริงๆ ขึ้นอยู่กับพยานที่เห็นเหตุการณ์จริงที่เป็นประจักษ์พยาน ซึ่งก็มีไม่กี่คน ส่วนพยานที่เป็นแม่ค้าในตลาดเอง ผมคิดว่าเขาไม่เห็นการซื้อขายอะไร จึงไม่ได้เป็นสาระสำคัญเลย
ส่วนกรณีที่ทางอัยการส่งสำนวนคืนให้กับกองปราบฯ ก็เป็นดุลพินิจของอัยการ ดังนั้นเราจะไม่ขอไปก้าวล่วง ส่วนการที่เรื่องจะส่งไปที่ ป.ป.ช.จะเร็วหรือช้าหรือไม่ อย่างไร ก็ต้องขอวิงวอนไปยัง ป.ป.ช.ว่าขอให้พิจารณาโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ในส่วนที่เรามาฟ้องคดีในวันนี้ ในเรื่องการเบิกความเท็จ มีอัตราโทษที่เป็นคดีแพ่งที่เขาเบิกความเท็จไปมีอัตราโทษจำคุกเพียงแค่ 5 ปี แต่ถ้าเป็นคดีอาญาถ้าหากมีใครไปเบิกความเท็จ ก็จะมีโทษเพิ่มขึ้นคือจำคุก 7 ปี ซึ่งถ้าเกิดว่าไปเบิกความตามความเป็นจริงเราก็ไม่ดำเนินการเรื่องคดีกับเขา แต่ถ้าเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าพยานคนไหนก็แล้วแต่ที่จะมาเบิกความในอนาคตหรือที่ทำมาแล้ว ถ้าเราตรวจสอบแล้วพบว่าเขาให้การไม่ตรงกับความเป็นจริง เราจะดำเนินคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญากับพยานทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้
ซึ่งในความเห็นของอัยการที่ส่งสำนวนคืนไปที่ ป.ป.ช. ทำให้มองเห็นว่าอัยการมองเหมือนกับที่ตนมองมาตั้งแต่ต้น ว่าเรื่องนี้มีการทำเป็นขบวนการ ถึงเอาสำนวนในเรื่องการให้การเท็จ ไปรวมกับสำนวนของ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีต ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เพราะตนยืนยันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าเรื่องนี้มันเป็นขบวนการเดียวกัน และในวันนี้ก็เห็นได้ชัดจากการฟังคำความคิดเห็นของอัยการ ว่าเรื่องนี้มันมีความเชื่อมโยงกัน สำหรับพยานที่เรามาฟ้องศาลในวันนี้ เราได้ไปเห็นคำเบิกความเขาในชั้นไต่สวน โดยไต่สวนในเรื่องของการขออายัดเงินที่คุ้มครองชั่วคราวว่า ในการที่ 3 คนนี้ไปเบิกความ เป็นการเบิกความที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยมีการอ้างว่าทางครูปรีชาได้มาซื้อลอตเตอรี่ในวันที่ 31 ต.ค.60 เลข 533726 ซึ่งอันที่จริงคือ ลุงจรูญเป็นคนที่ซื้อเลขดังกล่าวไป ในเมื่อเราเห็นหลักฐานปรากฏเป็นตัวหนังสือมา เราถึงจะดำเนินการตามกฎหมาย แต่ถ้าหลักฐานอะไรยังไม่แน่นหนา เราจึงจะยังไม่ดำเนินคดี จนกว่าเราจะมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าบุคคลนั้นให้การเท็จอะไร อย่างไร และที่ไหน ซึ่งไม่แน่ว่าสัปดาห์หน้าอาจจะมีการฟ้องเพิ่มก็ได้
อย่างไรก็ตาม คดีแพ่งที่จะมีการขึ้ นศาลในวันที่ 1 พ.ค. โดยหลักกฎหมายแล้วก็ต้องมีการเลื่อนคดีออกไปเพื่อรอคดีอาญา
ต่อข้อถามของผู้สื่อข่าวที่ว่า ช่วงนี้มีความสบายใจหรือไม่ หมวดจรูญกล่าวว่า คือ ถ้าจะพูดว่าสบายใจ มันก็ไม่ได้สบายใจเลยทีเดียว เพราะว่าเรื่องมันยังไม่จบ ถามว่ากลัวหรือไม่ถ้าครูปรีชามีพยานเพิ่มเติมแล้วคดีอาจจะพลิกอีกครั้ง หมวดจรูญตอบว่า ไม่กลัวหรอก ก็พยายามหาอยู่ว่าพยานอะไรต่อมิอะไร พยานอะไรก็แล้วแต่ที่เขาอ้างมา ผมก็อยากรู้อยากเห็น ก็อยากจะให้เขาหามาให้จริงๆ เพราะว่าตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว เคยบอกทางพนักงานสอบสวน เพื่อขอร้องให้หาพยานหลักฐานต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายไม่มีใครหามาได้สักคน ที่ผ่านมาเห็นว่าจะนำพยานออกมามากมาย แต่ก็ไม่มีสักอย่าง ซึ่งบอกเลยว่าไม่กลัว และอยากจะเห็น อยากจะเจอด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการยื่นคำฟ้องครั้งนี้ มี ร.ต.ท.จรูญ วิมูล เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปรีชา ใคร่ครวญ เป็นจำเลยที่ 1 มีนางรัตนาพร สุภาทิพย์ เป็นจำเลยที่ 2 และ น.ส.พัชริดา พรมตา เป็นจำเลยที่ 3 และศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 11 มิ.ย. 2561

