กระรอกเกลื่อนกรุง วิ่งกันพล่านสายไฟ ช๊อตที ดับทั้งบาง

20.04.18 | 17:37 น.

 

วันที่ 20 เมษายน นายเพชร มโนปวิตร รองหัวหน้ากลุ่มงานอนุรักษ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) กล่าวว่า จากภาพรวมพื้นที่ในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร(กทม.)ในปัจจุบันนี้ ที่ต้องยอมรับกันว่า มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ บ้านเรือน สถานที่ราชการ ทำให้สัตว์ป่าชนิดหนึ่งคือ กระรอกที่ก่อนหน้าที่เคยหายไปพักหนึ่งกลับมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคต สาเหตุหลักๆของการเพิ่มปริมาณของกระรอกในเมือง มาจากปริมาณอาหารค่อนข้างสมบูรณ์ มีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว กระรอกกลายเป็นสัตว์ป่าในเมืองสมบูรณ์แบบ

“ศัตรูของกระรอกในเมืองมีอย่างเดียวคือ แมวจรจัด ที่ชอบไล่ตะครุบกระรอกกินเป็นอาหาร แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปริมาณกระรอกลดลง มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือ ในสวนสาธารณะหลายๆที่เริ่มจะมีผู้คนเอาอาหารมาให้กระรอกกินเป็นประจำ บางพื้นที่เริ่มมีกระรอกมารออาหารจากคนแล้ว พฤติกรรมเริ่มคล้ายลิง ซึ่งก็น่าห่วงว่า ในอนาคตพฤติกรรมของกระรอกจะเปลี่ยนไป”นายเพชร กล่าว

นายเพชร กล่าวว่า การให้ความสำคัญในการสร้างและรักษาพื้นที่สีเขียวของคนในเมืองมากขึ้น ทำให้กระรอก ซึ่งเป็นสัตว์ป่าในเมืองอยู่แล้วมีโอกาสในการดำรงชีวิตมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งยังพยายามจับเอากระรอกป่า กระรอกหลากสีซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองมาเลี้ยงที่บ้าน มาขังกรงเอาไว้ สังเกตุจากเวลานี้ก็ยังมีการซื้อขายกระรอกกลุ่มนี้ผ่านโซเชียลกันมาก แต่การที่แต่ละบ้านสร้างพื้นที่สีเขียวเอาไว้ มีไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม กระรอกก็จะเข้ามาเอง อาจจะวางผลไม้ชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยเอาไว้ให้บ้าง เป็นการเกื้อกูลกันก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการเลี้ยงสัตว์โดยไม่มีกรงขังและปล่อยให้อยู่ในธรรมชาติ

นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่า กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตมานานแล้วว่า กระรอกในกรุงเทพเพิ่มมากขึ้นจากในอดีตที่ผ่านมาจริง แต่มองว่า ไม่ใช่เพราะพื้นที่สีเขียวมากขึ้นอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นเพราะกระรอกมีอาหารกินอุดมสมบูรณ์มากกว่า ซึ่งอาหารของกระรอกในเมืองทุกวันนี้ ไม่ใช่ผลไม้ หรือใบไม้ แต่เป็นเศษข้าว เศษอาหารที่คนในเมืองเอามาให้กินมากกว่า เมื่อมีอาหารกินมาก ปริมาณก็เพิ่มมากขึ้นตามมา อย่างไรก็ตาม ปริมาณกระรอกที่เพิ่มมากขึ้น ไม่น่าเป็นห่วงเหมือนจำนวนลิงที่เพิ่มขึ้น เพราะหากจะจับกระรอกในเมืองไปไว้ในป่า กระรอกยังสามารถหากิน ดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่หากจับลิงบ้านที่เคยนั่งขออาหารจากคนไปไว้ในป่า อีกไม่นานลิงอดตาย เพราะอาหารหารไม่เป็น

Advertisement

“กระรอกในเมืองทุกวันนี้ไม่ได้พวกมันสามารถเดินทางได้ทั่วกรุงเทพ เพราะอาศัยสายไฟฟ้ารอบเมืองเป็นเส้นทาง มีเกือบทุกที่ ยกเว้นที่ที่มีอีกาอยู่ เพราะอีกาชอบจิกกระรอก หรือบางทีก็จับมาเป็นอาหาร การเพิ่มขึ้นของปริมาณกระรอกในเมืองอาจจะไม่น่ากังวลเท่ากับการเพิ่มของสัตว์ชนิดอื่น เช่น หนู เพราะกระรอกอยู่บนที่สูง มีหางเป็นพู่ ดูน่ารักเพลิดเพลิน แต่สิ่งที่อาจจะตามมาหากมีกระรอกมากเกินไป คือ การสร้างความเสียหายแก่สายไฟ เพราะพวกมันใช้สายไฟเป็นทางเดิน บางทีก็มุดเข้าไปในที่ที่ไม่ควรมุด ก็จะเกิดไฟช๊อต ไฟฟ้าดับขึ้นได้”นายดำรงค์ กล่าว

นส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า กระรอกในประเทศไทยมี 15 ชนิด ชนิดที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองคือกระรอกหลากสีหางขาว ซึ่งมีอยู่ที่เกาะสีชัง ไม่เจอในกรุงเทพ จากการสำรวจปริมาณกระรอกในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจริง น่าจะมีสาเหตุ คือ มีที่อยู่อาศัย คือ สวนสาธารณะ ต้นไม้ตามบ้านเรือน และสวนหย่อมเพิ่มมากขึ้น มีอาหารกินที่สมบูรณ์ขึ้น รวมไปถึง การคุกคามจากคนมีน้อยลง แม้ว่ากระรอกในกรุงเทพจะไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ก็ไม่มีใครทำร้ายกระรอกกันเหมือนสมัยก่อน

“การเพิ่มขึ้นของกระรอกในพื้นที่เมืองเวลานี้ ถือว่ายังไม่มีเรื่องน่ากังวลมากนัก แต่ในฐานะนักอนุรักษ์ก็จะรู้สึกไม่ค่อยดี ที่เห็นกระรอกหลายตัวที่วิ่งไปมาอยู่ตามสายไฟฟ้า มุดตรงนั้นตรงนี้หากินไปเรื่อย แล้วถูกไฟฟ้าช๊อต ตกลงมาตาย ตามมาด้วยไฟฟ้าแถบนั้นดับ ที่กรมอุทยานฯก็มีเหตุแบบนี้ขึ้นบ่อยๆ และมีการคุยกันว่า จะต้องทำตาข่ายอุดช่อง หรือบริเวณกระรอกเดินไต่ตามสายไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้กระรอกโดนไฟช๊อต”ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าว