เมื่อวันที่ 22 เมษายน เวลา 15.00 น. ที่ชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพ มีการจัดงาน “อำลามหากาฬ” หลังมีการรื้อถอนบ้านอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในชุมชนมีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งชาวบ้านที่เคยอยู่ในชุมชน อาจารย์ นักวิชาการ และนักสิทธิมนุษยชน อาทิ นางสุนี ไชยรส อดีตกรรมกสรสิทธิมนุษยชน, นางปองขวัญ ลาซูส สมาคมฯสถาปนิกสยาม และนายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ผู้บริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง, นายจัน ดากา ช่างภาพและนักนสพ.ชาวอิตาเลียนที่บันทึกภาพชุมชนป้อมมหากาฬเป็นเวลาหลายปี เป็นต้น
นาย ธวัชชัย วรมหาคุณ อดีตประธานชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า ชาวชุมชนป้อมมหากาฬจัดงานวันนี้เพื่อรำลึกอดีต 25 ปีเต็มที่ต่อสู้ ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 26 เราได้รับการสนับสนุนจากผู้สื่อข่าวที่นำเสนอเรื่องราวให้เรียนรู้ ได้รับความอนุเคราะห์จากนักวิชาการซึ่งไม่สามารถกล่าวได้หมด ใจจริงอยากจากไปแบบเงียบๆ แต่ทำไม่ได้ เพราะมีคนที่เคารพ มีพี่น้องภาคประชาสังคม มีคนที่แบ่งปันให้ชุมชนสร้างความเข้มแข็ง มีพี่น้องสื่อที่ตนอยากบอกว่า “อย่าทิ้งเรานะ”
ต่อมาเวลาประมาณ 15.30 น. นักวิชาการสาขาต่างๆ ได้กล่าวแสดงความรู้สึก บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า นักวิชาการบางรายถึงกับเสียงสั่นและกล่าวทั้งน้ำตา
นางสุนี ไชยรส อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ตนเจอการรื้อชุมชนมามาก ชนะบ้าง แต่แพ้เป็นส่วนใหญ่ ขอให้อย่าเสียใจ ประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำ มีปัญหาบางอย่างในด้านกฎหมายที่ทำให้การต่อสู้ของชุมชน ไม่ว่าเก่าแก่หรือไม่ ชนะได้ยาก
นางสุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า นับสิบปีมานี้ ชาวป้อมมหากาฬได้สอนคนไทยให้รับรู้ถึงเรื่องราวของคุณค่าและการต่อสู้ ปัญหาคือ การเห็นคุณค่าของคนแต่ละกลุ่มนั้นมีไม่เท่ากัน การไม่เห็นคุณค่าไม่ผิด แต่การไม่ศึกษาคือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสังคมไทย”

นางภารนี สวัดิรักษ์ กล่าวว่าวันนี้ตั้งใจจะไม่ร้องไห้ เพราะเรายังไม่แพ้ เราอาจไม่ได้สิ่งที่จับต้องได้อย่างที่ต้องการ น้ำตาหยดที่นี่หลายหยด แต่ได้รับการยอมรับร่วมกันว่าที่นี่คือชุมชนประวัติศาสตร์ที่มีวัฒนธรรม ได้มีการค้นคว้าหลักฐานมากมาย ทำให้ประวัติศาสตร์บันทึกว่า ชาวบ้านมีส่วนช่วยสร้างเมือง
จากนั้น เวลาประมาณ 17.30 น. เป็นการรับประทานร่วมกัน โดยชาวบ้านชุมชนป้อมมหากาฬได้เตรียมแกงเขียวหวานไก่และข้าวสวย และเครือข่ายชุมชนอื่นๆได้นำอาหารรวมถึงขนมมาสมทบ มีรายการอาหาร อาทิ แกงหน่อไม้ ไข่เจียว ส้มตำปลาร้า น่องไก่ทอด ผัดหมี่ พิซซ่า แกงเขียวหวานไก่ ขนมสาลี่สุพรรณ และมะม่วง เป็นต้น
ต่อมา เวลาประมาณ 18.00 น. มีการร้องเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” ประพันธ์โดย จิตร ภูมิศักดิ์ จากนั้นชาวบ้านและผู้ร่วมงานจับกลุ่มพูดคุยกันจนกระทั่งใกล้พลบค่ำจึงแยกย้ายกลับ เนื่องจากพื้นที่บริเวณที่จัดงานคือลานกลางชุมชนถูกตัดไฟฟ้าแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบางรายยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า พร้อมกล่าวว่า นึกว่ากำลังอยู่ในฝันร้าย

