เมายาบ้า!! พบสารเสพติด หนุ่มไลฟ์ทรมานแฟนสาว แจ้ง4ข้อหา พบประวัติลักทรัพย์ปี’48

23.04.18 | 10:00 น.

เมายาบ้า!! พบสารเสพติด หนุ่มไลฟ์ทรมานแฟนสาว แจ้ง 4 ข้อหาหนัก พบประวัติลักทรัพย์อีก

เมื่อกลางดึกวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา ที่ สน.บึงกุ่ม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ฐานะโฆษก ตร. เดินทางมาติดตามคดีพร้อมสอบปากคำนายชัยชนะ ด้วยตนเอง พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถสอบปากคำนายชัยชนะได้ เนื่องจากผลตรวจสารเสพติดในร่างกายพบว่ามีสารแอมเฟตามีน หรือยาบ้าในร่างกาย และผู้ต้องหายังอยู่ในอาการเมายาบ้า พูดจาไม่รู้เรื่องได้แต่ร้องไห้ จึงต้องรอให้ฤทธิ์ยาหมดเสียก่อน รวมถึงการสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี ก็ยังไม่สามารถทำได้เนื่องแพทย์อยู่ระหว่างรอดูอาการ คาดว่าในวันพรุ่งนี้แพทย์จึงจะสามารถระบุได้ว่ามีอาการบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายชัยชนะ ไว้ 4 ข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ , กักขังหน่วงเหนี่ยว , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทำให้ปรากฏภาพผู้อื่นอันจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรืออับอาย และเสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) 

จากการตรวจสอบประวัตินายชัยชนะ นั้นยังเคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในท้องที่ สน.บึงกุ่ม เมื่อปี 2548 ด้วย

พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 กล่าวว่า ขณะพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำนายชัยชนะตลอดทั้งคืน ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรมาก โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายด้วยการใช้ไม้กวาด และไดรเป่าผม ตีที่ใบหน้าและลำตัวของผู้เสียหาย โดยมีมูลเหตุมาจากความหึงหวง ที่ฝ่ายชายเข้าใจว่าฝ่ายหญิงปันใจมีชายอื่น

ส่วนประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องที่กล่าวหาว่าฝ่ายหญิงแอบโอนหุ้น 40 ล้านของฝ่ายชายนั้น ยังไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ต้องสอบสวนอย่างละเอียดก่อน และในช่วงเช้านี้เตรียมที่จะเบิกตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำอีกครั้ง ก่อนที่จะประสานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาพยานหลักฐานทางคดีเพิ่มเติม

Advertisement

สำหรับความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของผู้เสียหาย ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.นพรัตนราชธานี อยู่ในการดูแลของแพทย์ ขณะที่เมื่อตรวจสอบไปยังเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้เสียหาย พบว่าได้ถูกปิดไปแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ขณะที่ตำรวจสอบสวนเปิดเผยหลังเข้าไปพูดคุยกับนายชัยชนะว่า ตอนนี้มีสติฟื้นคืนกลับมาแล้ว เบื้องต้นยอมรับรู้สึกเครียด และเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป แต่ยังไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม โดยหลังจากพูดคุยปรับสภาพจิตใจแล้ว จะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อขอเข้าเยี่ยม