‘เจ๊เจี๊ยบ สำเพ็ง’โร่แจ้งปอท.โดนปลอมเฟซบุ๊กหลอกขายของ มีเหยื่อกว่า 100 โอนเงิน

23.04.18 | 14:43 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่ บก.ปอท. น.ส.วิริยา อ่อนชูสูงทรง หรือเจ๊เจี๊ยบ สำเพ็ง อายุ 48 ปี ผู้บริหารบริษัท รีนิว แอนด์ รีนิว จำกัด เจ้าของธุรกิจเสริมความงาม “สกาเล็ต” เข้าพบ พ.ต.อ.นิติพัฒน์ วุฒิบุณยสิทธิ์ ผกก.(สอบสวน) ร.ต.อ.สมบัติ สมบัติโยธา รอง สว.(สอบสวน) แจ้งความดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างปลอมเฟซบุ๊ก ใช้รูปตัวเองไปทำโปรไฟล์ของคนร้ายหลอกขายผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง หลอกลูกค้าซื้อสินค้าทางออนไลน์ และหลอกให้โอนเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร จนมีผู้เสียหายจำนวนมาก

น.ส.วิริยาเผยว่า ตัวเองเริ่มทำธุรกิจขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางมานานหลายปีแล้ว โดยมีลูกค้าไว้วางใจมาตลอด แต่ช่วงหลังเริ่มเศรษฐกิจฝืดเคือง จำหน่ายยาก คู่แข่งก็เยอะ
6 เดือนที่ผ่านมาจึงตัดสินใจเริ่มขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ด้วยการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก โดยตัวเองและลูกน้องช่วยๆ กัน ไม่ได้จ้างดาราหรือเซเลบ หรือเน็ตไอดอลมาไลฟ์แต่อย่างใด ก็สามารถเพิ่มยอดขายได้จำนวนมาก ไม่มีปัญหาอะไร ต่อมา 1-2 เดือน หลังได้รับแจ้งจากลูกค้าว่าซื้อสินค้าจากเพจเฟซบุ๊กโอนเงินไปให้แล้วแต่ไม่ได้รับของ และมีลูกค้าอีกหลายคนแจ้งมาทางข้อความต่อว่าตน กล่าวหาว่าไม่ส่งสินค้าให้ทั้งที่โอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว บางรายเอาเฟซบุ๊กและชื่อนามสกุลไปประกาศประจานว่าเป็นคนโกงซื้อของแล้วไม่ได้ของก็มี

“มั่นใจว่ามีผู้ปลอมเฟซบุ๊กหลอกขายสินค้า มีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปให้คนร้ายไม่ต่ำกว่า 100 ราย แต่ละรายโอนเงินให้คนร้ายระหว่าง 5,000-10,000 บาท ที่มีหลักฐานส่งใบแจ้งความมาให้ดูจาก จ.สุราษฎร์ธานี หลงกลคนร้ายโอนเงินไปให้จำนวน 10,000 บาท ก็ต้องชี้แจงให้ทราบว่าเราไม่ได้รับออเดอร์สั่งซื้อสินค้าเลยถึงไม่ได้ส่งของไปให้ เบื้องต้นพอรู้ตัวคนทำซึ่งคาดว่าจะเป็นบุคคลที่เคยแฝงตัวเข้ามาเป็นลูกค้ากับทางเฟซบุ๊กตน 2-3 ครั้ง ได้มีการนำเอาคำพูดการซื้อขายสินค้ากับตนไปตัดต่อเพื่อไปหลอกลูกค้าคนอื่นๆ ให้หลงเชื่อว่าสินค้าที่ซื้อจากตนเองจริง” น.ส.วิริยากล่าว

พ.ต.อ.นิติพัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นขอแนะนำผู้เสียหายที่เป็นลูกค้าที่หลงเชื่อโอนเงินไปบัญชีคนร้ายแล้ว ให้ไปแจ้งความสถานีตำรวจท้องที่ที่ทำการโอนเงินเพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายที่แอบอ้างปลอมเฟซเป็น น.ส.วิริยา หรือเจ๊เจี๊ยบ ในฐานความผิดฉ้อโกง ส่วนตัว น.ส.วิริยา มาแจ้งความ ปอท. เป็นการแสดงตนว่าไม่ใช่คนขายที่หลอกลวงซื้อสินค้าแล้วไม่ส่งสินค้าให้ผู้ซื้อหรือผู้บริโภค ซึ่งคนร้ายอาศัยช่องทางจุดอ่อนทางเทคโนโลยีมาหลอกลวงผู้บริโภคเข้าใจผิด ทำให้เกิดความเสียหายทั้งที่เป็นการทำมาหากินตรงไปตรงมา จนผู้บริโภคขาดความน่าเชื่อถือ ทางพนักงานสอบสวนจะรับแจ้งความแล้วพิจารณาดูข้อกฎหมายเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาดำเนินการต่อไป

ด้าน ร.ต.อ.สมบัติ ได้สอบปากคำผู้เสียหายแล้วพบว่าเบื้องต้นเป็นคนร้ายแอบอ้างเป็นผู้เสียหายไปหลอกลวงคนอื่น ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชาส่งไปให้ สน.จักรวรรดิ ท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาฐานหมิ่นประมาทต่อไป โดยทาง ปอท.จะช่วยสนับสนุนในการตรวจสอบการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ต่อไป

Advertisement