เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยถึงกรณีการหายตัวไปของนายการุณ วัยสว่าง เจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยผลิตผลป่าไม้ อ.ขุนยวม ต่อมาพบเป็นศพในป่าห้วยสะตือ จ.แม่ฮ่องสอน ว่า ได้รับรายงานจากตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุนยวมร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ตำรวจตระเวนชายแดน ทหารพราน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมกว่า 120 นายได้ร่วมกันสนธิกำลังค้นหาตัวนายการุณ วัยสว่าง เจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยผลิตผลป่าไม้ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับแจ้งจากญาตินายการุณว่าหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 23 เมษายน เจ้าหน้าที่ได้พบศพนายการุณอยู่ในป่าห้วยสะตือ จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานในการตรวจสอบที่เกิดเหตุ
“จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและผลชันสูตรพลิกศพ พบว่าสภาพศพนายการุณมีบาดแผลบริเวณหน้าผากซึ่งเกิดจากการกระแทกกับโขดหินด้านล่างของลำห้วยซึ่งอยู่สูงประมาณ 10 เมตร คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชม. ไม่พบว่ามีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกผลักตกจากร่องห้วยแต่อย่างใด คาดว่าน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ ในส่วนทรัพย์สินภายในตัวของผู้ตายยังอยู่ครบ ไม่มีสิ่งใดสูญหาย ในคดีนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องและสอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตไว้แล้ว โดยญาติผู้เสียชีวิตไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด ทั้งนี้ต้องรอผลตรวจพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตและพยานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว โดยใช้พยานทางนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำและกำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง สามารถตอบคำถามสังคมได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นและมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่และอำนวยความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


