เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เปิดเผยถึงกรณีประชาชนผู้เสียหายร้องเรียน นายตำรวจยศ ร.ต.อ.สภ.เมืองอุดรธานี รีดเงินทำคดี เป็นค่าดูแลทีมงาน ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เมืองอุดรธานี ว่า เมื่อวันที่ 6-7 เมษายน 2561 เวลาเกี่ยวเนื่องกัน ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นายตำรวจยศ ร.ต.อ. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหาย จำนวน 4 คดี ในความผิดเกี่ยวกับเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายกำหนด ต่อมาพนักงานสอบสวนคนดังกล่าว ได้เรียกผู้เสียหายและผู้ต้องหา มาเจรจา ตกลงค่าเสียหาย เมื่อตกลงกันเสร็จสิ้น ผู้ต้องหาได้จ่ายเงินให้ผู้เสียหาย แล้วพนักงานสอบสวน ได้เรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย เป็นเงินจำนวน 10,000 บาท และ 25,000 บาท ผู้เสียหายจึงได้จ่ายเงินให้กับพนักงานสอบสวนตามลำดับ ต่อมาเมื่อวันที่ 23 เมษายน ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องเรียนต่อผกก.สภ.เมืองอุดรธานีให้ดำเนินการกับพนักงานสอบสวนคนดังกล่าว
“ต่อมาสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมกันนี้ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ได้มีคำสั่งให้ นายตำรวจยศ ร.ต.อ. คนดังกล่าวมาประจำที่ ศปก.ภ.จว.อุดรธานี จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ สำหรับการกระทำดังกล่าวมีความผิดฐาน เจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานสอบสวนเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ”รองโฆษกตร.กล่าว
รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันไม่มีการปกป้องข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งกำชับตำรวจทุกนายไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายหรือเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง โดยเฉพาะการเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ จากผู้ต้องหา เพื่อช่วยเหลือไม่ต้องให้รับโทษ หรือ จากผู้เสียหาย ที่เขาได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้วยังถูกเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินเพื่อทำคดีให้อีก ทั้งยังได้มอบนโยบายให้กับทุกกองบัญชาการในการปัดกวาดบ้านตนเอง เช่น โครงการตำรวจสีขาว โดยให้ผู้บังคับบัญชาหมั่นตรวจสอบ สอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติตนนอกแถวจะต้องถูกดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างให้เสื่อมเสียชื่อเสียงองค์กรต่อไป

