เมื่อวันที่ 24 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ที่ 15 บ้านพยุงมิตร ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้มีครอบครัวบุรุษไปรษณีย์ที่ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขวา และแขนขวาพิการ แต่ไร้คู่กรณีมาเยียวยา ต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นเสาหลักดูแลครอบครัวรวม 6 ชีวิต ประกอบด้วย พ่อ แม่ ภรรยา และลูก 2 คน
โดยบุรุษไปรษณีย์รายนี้ชื่อว่านายสง่า คุณวงศ์ อายุ 35 ปี ซึ่งปัจจุบันต้องนอนเป็นคนไข้ติดเตียง อยู่ในบ้าน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยมีนางอำไพรักษ์ แสงส่ง ภรรยาเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด
นางอำไพรักษ์ แสงส่ง ภรรยาบุรุษไปรษณีย์รายนี้เปิดเผยว่า นายสง่า สามี มีอาชีพเป็นบุรุษไปรษณีย์พาร์ทไทม์ โดยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา 05.20 น. สามีได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากที่พัก แถวเขตพระราม2 เพื่อที่จะกลับบ้านเกิดที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งใช้เส้นทางลาดกระบัง-ประเวศ เพื่อที่จะออกมาเข้าถนนหลวงหมายเลข 304 แต่ระหว่างทางบนถนนลาดกระบัง-ประเวศ ได้มีการก่อสร้าง จึงเหลือถนนเพียงแค่ 2 เลน และไฟฟ้าส่องสว่างไม่พอ ทำให้ต้องวิ่งสวนทางแคบๆ
ต่อมาได้มีรถบรรทุก 10 ล้อวิ่งสวนทางมาเฉี่ยวชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ของสามีตน และล้อรถได้ทับไปที่บริเวณเท้าขวา รวมทั้งแขนขวา จนกระดูกแตกละเอียดหมด หลังเกิดเหตุคู่กรณีไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยา หรือช่วยค่ารักษาพยาบาลแต่อย่างใด โดยได้เพียงเงินค่าประกันจาก พ.ร.บ.อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ รักษาไม่กี่บาท ซึ่งต้องไปหาหมอตามนัดที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาทุกเดือน
ส่วนทางไปรษณีย์ต้นสังกัด ก็ดูแลเยียวยาบ้างตามสมควร แต่ไม่ได้สวัสดิการอะไรมาก เนื่องจากสามีของตนทำงานแค่พาร์ทไทม์ ยังไม่ได้รับการบรรจุ ขณะที่เรื่องคดีความ ตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสนภูดาษแจ้งว่า ต้องรอให้สามีของตนเองอาการดีขึ้นก่อน จึงจะสามารถขึ้นศาลได้
ขณะนี้จึงทำให้ครอบครัวของตนเองได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากครอบครัวของตนเอง อยู่กันทั้งหมด 6 คน ประกอบไปด้วย นายเสงี่ยม คุณวงศ์ อายุ 57 ปี พ่อตา ซึ่งมีโรคประจำตัวเป็นความดันสูง, นางสมใจ คุณวงศ์ อายุ 55 ปี แม่ยาย มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน และแขนอ่อนแรง, นายสง่า ผู้เป็นสามี, ตนเอง และลูกอีก 2 คน ซึ่งกำลังเรียนอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น
โดยปัจจุบันตนเองไม่ได้ทำงานแล้ว เพราะต้องคอยดูแลสามีที่เป็นคนไข้ติดเตียง เพื่อทำกายภาพบำบัดไม่ให้มีแผลกดทับ ส่วนรายได้ก็ต้องอาศัยพ่อตา ซึ่งทำงานเฝ้าสวนให้กับชาวบ้าน ได้รับเงินเดือนเพียงเดือนละ 7,000 บาทเท่านั้น ไม่พอค่าใช้จ่ายแม้กระทั่งค่ากิน ค่าอยู่ ค่าลูกๆ เรียนหนังสือ และยังต้องมีค่ายารักษา รวมทั้งต้องพาสามีไปหาหมอที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตามที่หมดนัดทุกเดือนอีกด้วย

