เมื่อวันที่ 25 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันแรงงานแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี สำหรับปีนี้ นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย จะเป็นผู้แทนจาก 15 สภาองค์การลูกจ้างและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย และกลุ่มแรงงานนอกระบบ ยื่นข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2561 ต่อรัฐบาล ที่บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. จำนวน 10 ข้อ ดังนี้
1.ขอให้รัฐบาลแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยให้กำหนดการเกษียณของลูกจ้างอยู่ที่อายุ 60 ปี ในกรณีที่ลูกจ้างมีอายุครบ 55 ปี ประสงค์จะลาออกจากการเป็นลูกจ้างให้นายจ้างอนุญาต ให้ลาออกได้โดยได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างที่เกษียณอายุทุกประการ
2.ของให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปรับฐานการรับเงินบำนาญ โดยให้มีอัตราเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน
3.ผู้ประกันตนเมื่อพ้นสภาพการเป็นมาตรา 33 และรับบำนาญให้มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้โดยไม่ตัดสิทธิการรับเงินบำนาญ
4.ในกรณีที่ลูกจ้างพ้นจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้ สปส.ใช้ฐานค่าจ้างตามมาตรา 33 เดิมคำนวณเป็นฐานรับบำนาญ
5.ขอให้รัฐบาลกำหนดให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นภาคบังคับที่นายจ้างต้องจัดให้มีขึ้นและกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ ได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง
6.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการออกกฎหมายที่สนับสนุนการสร้างเสริมระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสหกิจ และยุติการแปรสภาพรัฐวิสาหกิจให้กลายเป็นองค์กรมหาชนหรืออื่นๆ ที่เป็นการแบ่งผลกำไรจากรัฐไปให้เอกชน
7.ให้รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบ และมีสิทธิจัดตั้งองค์กรได้
8.ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้มีการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ ฉบับที่ 98
9.ให้รัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 11/1 ให้เป็นภาคบังคับและมีโทษทางอาญา ในกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตาม
10.ให้รัฐบาลดำเนินการสั่งให้กระทรวงแรงงานปฏิบัติการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 74 อย่างเคร่งครัด โดยให้นายจ้างและลูกจ้างและรัฐบาลต้องร่วมกันดำเนินการตัดสินใจโดยเฉพาะในระบบแรงงานสัมพันธ์

