ผู้สื่อสื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นางเจี้ยว อุปัจชา อายุ 70 ปี ได้ร้องสื่อขอความเป็นธรรมหลังจากที่นายรังสรรค์ อุปัจชา ลูกชายวัย 40 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ไล่จับกุมขณะออกหาปลาในช่วงกลางคืน โดยได้ขับรถจักรยานยนต์หนีและมาจอดทิ้งเอาไว้ที่บ้าน เนื่องจากนายรังสรรค์ ได้เสพยามาเมื่อ 2 วันก่อน กลัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ จึงขับรถหนีระหว่างที่เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้น ร.ต.อ.สุริยา ชารีนิวัตร และ ดต.มงคล หมีเปลี่ยน เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.สากเหล็ก ได้เข้ามายึดตรวจรถ ก่อนมีการรีดไถเงิน 3 หมื่นบาท โดยอ้างว่า รถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดนั้นมียาบ้า 30 เม็ดตกอยู่ข้างรถจักยานยนต์นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน พล.ต.ต.ธวัชชัย มวลนรา ผบก.ตร.ภ.จ.พิจิตร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่า หลังจากที่ ผกก.สภ.สากเหล็ก รายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทราบว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย มีมูลความผิดจริง จึงได้สั่งให้มาช่วยราชการที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ภายใน 24 ชั่วโมง และตัดขาดจาก สภ.สากเหล็กทันที พร้อมกันนี้ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด และจะไม่ให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด
“เมื่อตำรวจมีพฤติกรรมแบบนี้ ถือว่าใช้ไม่ได้ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ในส่วนที่ ทางตำรวจอ้างว่ามียาบ้า ตก ก็ควร จับ ลูกชายเขามาดำเนินคดี ไม่ใช่ มาทำกันแบบนี้ ส่วนเรื่องคดีของยายก็ว่าไปตามกระบวนการ ซึ่งผมก็ให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และยืนยันว่า จะไม่มีการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย หากสอบแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ผมเองก็ทราบมาว่าตำรวจทั้ง 2 นายนั้นมีพฤติกรรมแบบนี้มานานแล้ว แต่เรายังจับไม่ได้ จนมีการร้องเรียนกับสื่อถึงกรณีที่เกิดขึ้น” พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้.ร.ต.อ.สุริยา ชารีนิวัตร และ ดต.มงคล หมีเปลี่ยน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สากเหล็ก ได้มารายงานตัวที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ซึ่งทาง ผบก.ตร.พิจิตร ได้สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากสอบแล้วพบความผิดก็จะให้ออกจากราชการ พร้อมทั้งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

