‘หมอมะเร็ง’ ติง ‘หมอแสง’อย่ากดดัน สธ. หากต้องการช่วยผู้ป่วยควรร่วมรัฐพัฒนา

26.04.18 | 14:00 น.

จากกรณี นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง ประกาศจะเลิกแจกแคปซูลสมุนไพรให้แก่ประชาชนในอีก 1 เดือน และหากญาติหรือผู้ป่วยต้องการให้ไปขออนุญาตทางกรมการแพทย์ เพื่อนำรายชื่อมารับแคปซูลดังกล่าว เนื่องจากล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ประกาศผลตรวจสอบสมุนไพรดังกล่าวไม่มีส่วนยับยั้งเซลล์มะเร็ง  ซึ่งก่อนหน้านี้ หมอแสง เคยให้ข้อมูลว่าสูตรดังกล่าวประกอบด้วย ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ดอกพิลังกาสา เห็ดกระถินพิมาน และรำข้าวนาปี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เมษายน  นพ.เพชร อลิสานันท์ แพทย์สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า จริงๆ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ก็ได้ทำหน้าที่ในเรื่องการตรวจสอบหาสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรสูตรหมอแสงแล้ว ซึ่งตามหลักหากไม่ได้ผลในระดับหลอดทดลองก็ถือว่าจบ เพราะตามกระบวนการศึกษาวิจัยนั้น จะต้องมีการทดลองในระดับหลอดทดลองก่อน หากมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานก็จะทดลองในสัตว์ จากนั้นจึงจะทดลองในมนุษย์ ซึ่งตรงนี้ได้ผ่านข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว แม้วิทยาศาสตร์อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่ในเรื่องสารเคมี หรือฤทธิทางยาก็ต้องผ่านการพิสูจน์ เพื่อยืนยันประสิทธิภาพ และความปลอดภัย

“ดังนั้น เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ผมมองว่า หมอแสงก็ไม่น่าจะไปกดดันกรมการแพทย์ หรือกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากไม่มีประโยชน์ เพราะเท่าที่ดูก็ไม่เห็นกระทรวงฯจะสั่งห้ามแจกสมุนไพรดังกล่าว เพียงแต่ให้ข้อมูล แต่เมื่อมีการออกมาพูดเช่นนี้ ผมกังวลว่า จะเป็นการสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน และทำให้สังคมเข้าใจผิดไม่ยอมรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน ตรงนี้ต้องสื่อสารให้ดีๆ ซึ่งก็ยังรู้สึกว่า กระทรวงสาธารณสุข แม้จะทำหน้าที่ของตนเองแล้ว แต่ก็ต้องให้ความรู้มากขึ้นด้วย ยิ่งตอนนี้กระแสสังคมออกมาแบบนี้อีก” นพ.เพชร กล่าว

นพ.เพชร อลิสานันท์

นพ.เพชร กล่าวอีกว่า  หมอแสง หากต้องการช่วยคนในเรื่องของแพทย์แผนไทย ก็มีทางออกมากมาย เช่น การไปร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ หรือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  ในการพัฒนาต่อยอด หรือหาสูตรอื่นๆมาพัฒนา  เพื่อทำให้ทุกอย่างถูกต้องไม่ดีกว่าหรืออย่างไร อย่างการวิจัยพัฒนา ก็ต้องเป็นไปตามหลักของวิทยาศาสตร์ เพราะหากจะศึกษาประสิทธิภาพทางยา ก็ต้องผ่านการทดลองทั้งระดับหลอดทดลอง ในสัตว์ทดลอง และการทดลองในมนุษย์ก็ต้องมีคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยขึ้นมาควบคุม ซึ่งในคณะกรรมการฯ มีผู้เกี่ยวข้องจากทุกฝ่าย ทั้งแพทย์ นักกฎหมาย นักวิทยาศาสตร์ และภาคประชาชน

“กลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง จะมีความละเอียดอ่อน เมื่อมีความหวังก็จะรับ แต่ความหวังนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานที่ปลอดภัย ซึ่งที่กังวลคือ กลัวว่าจะเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแพทย์ว่า มะเร็งรักษาไม่หาย จริงๆ แล้วมะเร็งระยะต้นก็มีหลายชนิดมีโอกาสรักษาหายได้ ไม่อยากให้เสียโอกาสกัน ซึ่งเราก็ไม่ได้ห้ามใช้ทางเลือกอื่น เพียงแต่ต้องได้รับข้อมูลรอบด้านด้วย เพราะหากเป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เขาก็ต้องการความหวัง เราก็รู้ดี แต่เรากังวลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นระยะต้นๆ และกำลังตัดสินใจว่าจะใช้ทางเลือกหรือแพทย์แผนปัจจุบัน ตรงนี้ต้องให้ข้อมูลให้ครบ กระทรวงสาธารณสุขต้องออกมาให้ข้อมูลมากขึ้นด้วย” นพ.เพชร กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อทางผู้บริหารกรมการแพทย์ และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากร่วมเดินทางไปกับนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการประชุม “Cuba Health 2018”  สาธารณรัฐคิวบา