กลายเป็นเรื่องที่สังคมต่างต้องมาตั้งคำถามว่า สมุนไพรอะไรที่เราจะสามารถนำมาพัฒนาและต่อยอดได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะความหวังของผู้ป่วยมะเร็ง เรื่องนี้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หน่วยงานหลักในการสนับสนุนสมุนไพรมีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เมษายน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ “หนังสือพิมพ์มติชน” ว่า กรมมีนโยบายในการสนับสนุนสมุนไพรเพื่อบำบัดรักษาโรคมาตลอด โดยได้อนุรักษ์ตำรับตำราภูมิปัญญาทางการแพทย์และพัฒนาต่อยอดจนเป็นตำรับยา มีการให้ทุนวิจัย และขึ้นทะเบียนตำรายาทั้งหมดที่มีในประเทศไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นตำรับ ซึ่งแพทย์แผนไทยไม่มียาเดี่ยว แต่ยาเดี่ยวมาทำที่หลัง อย่างฟ้าทะลายโจร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สมุนไพรจะเน้นในเรื่องการกินเพื่อบำรุง และรักษาโรคบางชนิด อย่างเรื่องโรคมะเร็งนั้น ปัจจุบันยังไม่มีตำรับยาสมุนไพรใดที่ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษามะเร็งโดยเฉพาะเลย
“กรมสนับสนุนการวิจัยพัฒนามาตลอด อย่างเรื่องมะเร็งนั้น เรามีการศึกษาวิจัยทั้งการวิจัยของกรมเอง กับการวิจัยร่วมกับเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยสมุนไพรที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นสูตรยับยั้งมะเร็งได้ 3 ชนิด คือ 1.สูตร N040 ตำรายาจากภาคเหนือยับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูก 2.เบญจอำมฤตย์ ยับยั้งมะเร็งตับ และ 3.สูตรวัดคำประมง โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการทดลองทั้งสิ้น แต่เบื้องต้นพบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ จึงมีการศึกษาต่อในสัตว์ทดลอง และในมนุษย์” นพ.เกียรติภูมิกล่าว
อธิบดีกรมกล่าวอีกว่า สำหรับสูตร N040 เป็นตำรับยามาจากภาคเหนือ ขณะนี้อยู่ในระดับการทดลองทางคลินิก ซึ่งเป็นการทดลองระยะที่ 4 โดยระยะแรกเป็นการหาสารสำคัญในสมุนไพร อาทิ เถามวกขาว หญ้าขัด ตับเต่าใหญ่ ถั่วพู ราชพฤกษ์ เป็นต้น โดยทีมวิจัยได้หาสารสำคัญในระดับหลอดทดลอง ซึ่งพบว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ จากนั้นจึงนำไปทดลองในสัตว์ ก็พบว่าได้ผลดีและมีความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์ เพื่อศึกษาระดับที่เหมาะสม ส่วนสูตรยาเบญจอำมฤตย์ ยับยั้งมะเร็งตับจะประกอบด้วย มหาหิงคุ์ ยาดำบริสุทธิ์ รงทอง มะกรูด ขิงแห้ง ดีปลี พริกไทย รากทนดี และดีเกลือ ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองในมนุษย์ ซึ่งดูระดับความเป็นพิษระยะสั้นและระยะยาว และสูตรมะเร็งของวัดคำประมง อยู่ในขั้นการทดลองระดับเซลล์ว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมได้ดีแค่ไหน ซึ่งทำโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังจะเข้าสู่ขั้นทดลองในสัตว์และในคนต่อไป
“ขอย้ำว่าขณะนี้สมุนไพรต่างๆ ที่รักษามะเร็ง ยังไม่มีการขึ้นทะเบียน ดังนั้น จึงอยากให้รักษาแพทย์แผนปัจจุบัน หรือใช้แพทย์แผนไทยร่วมกัน แต่สิ่งสำคัญต้องปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันที่เรารักษา และได้รับความยินยอมจากแพทย์แผนปัจจุบันก่อนดีกว่า เพราะคนไข้มีภูมิต้านทานต่ำ แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน การได้สมุนไพรก็ต้องพิจารณาดีๆ บางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับคนแต่ละคนได้ จึงอยากให้มีการปรึกษาแพทย์ และขอคำแนะนำก่อนจะตัดสินใจอะไร เพราะไม่อยากให้เสียโอกาสการรักษาโรคมะเร็ง เพราะมะเร็งหลายชนิดรักษาได้เมื่อพบตั้งแต่แรกๆ” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว


