ภาคีประชาชนขอนายกฯ ใช้ ม.44 แก้ปัญหา “บ้านพักตุลาการ” ย้ำไม่ใช่เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าแต่เจตนาเหมือนกัน ผบ.มทบ.33 เผย ไม่เห็นด้วยจัดวิ่งระดมทุน
วันที่ 27 เมษายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) ค่ายกาวิละ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร เลขาภาคีประชาชนไทยห่วงใยชาติและกลุ่มพลังประชารัฐเชียงใหม่ พร้อมคณะ เข้าพบ พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผบ.มทบ.33 เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อขอให้ใช้ ม.44 ในการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5
นายกฤตย์กล่าวว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวกันหลายกลุ่ม อาทิ เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ โดยมีนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายเป็นแกนหลัก ได้ให้เกียรติกลุ่มนี้เพราะถือเป็นหลักใหญ่ในการออกมาเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มแรก คนเชียงใหม่ทั้งจังหวัด ประชาชนธรรมดาที่ไม่สังกัดกลุ่มใด และยังมีเครือข่าย องค์กร ภาครัฐ ภาคการศึกษา และถึงแม้ว่าจะแยกกันจัดกิจกรรม แต่มีจุดหมายเดียวกันคืออยากให้รื้อบ้านพักและคืนผืนป่าให้กลับมา จึงอยากให้กลุ่มภาคีเหล่านี้รวมกันเป็นปึกแผ่นออกมาเคลื่อนไหวร่วมกันในนามคนเชียงใหม่ หากกลุ่มไหนมีการจัดกิจกรรม โดยไม่ได้แยกว่าเป็นกลุ่มไหน แต่เป็นกลุ่มของคนเชียงใหม่ที่ทำร่วมกัน
“สำหรับแนวคิดก็เหมือนกับกลุ่มเครือข่ายอื่น คืออยากให้มีการรื้อบ้านพัก และวันนี้ก็ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยยื่นผ่านทาง ผบ.มทบ.33 เพื่อขอให้ใช้ ม.44 ในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะจะถือว่าเป็นการดำเนินการที่รวดเร็ว ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้มีการประชุมกันที่ มทบ.33 ค่ายกาวิละ เพื่อหาทางออก และฝ่ายทหารก็ได้ขอให้หยุดการเดินเท้าไปหานายกฯ แล้วรอการตั้งคณะกรรมการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ขึ้นมาตรวจสอบและพิจารณาเรื่องนี้ แต่หลังจากนั้นก็เห็นว่าเวลาผ่านมายังไม่มีข้อสรุปอะไร จึงเดินทางมายื่นหนังสือในวันนี้แทน”
นายกฤตย์กล่าวอีกว่า ในวันที่ 29 เมษายนนี้ กลุ่มภาคีจะเดินทางไปร่วมการชุมนุมใหญ่ที่ลานประตูท่าแพเช่นกัน เพราะถือเป็นพลังของคนเชียงใหม่ ที่มาร่วมกันแสดงจุดยืนในการขอให้รื้อบ้านพัก นอกจากนี้ ตนก็คิดว่าจะจัดกิจกรรมวิ่งจากเหนือสู่ใต้ คือจากตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ไปสิ้นสุดที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อระดมทุนในการนำเงินดังกล่าวมารื้อถอนบ้านพัก หรือใช้ดำเนินการเกี่ยวกับบ้านพักดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่สูญเสียไปหรือด้านอื่นๆ ที่จะทำให้ผืนป่าดอยสุเทพกลับคืนมา แม้ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ แต่อยากให้ได้ถึง 600 ล้านบาท ส่วนเงินที่ได้จากการบริจาคก็จะนิมนต์วัดใดวัดหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพในการจัดเก็บเงินบริจาค โดยไม่ให้เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ใช้วัดเป็นศูนย์กลาง ซึ่งตรงนี้ยังเป็นแนวคิดและกำลังหารือกันอยู่ และอาจจะมีการจัดทำสกรีนเสื้อมาจำหน่ายหาเงินระดมทุนอีกทางหนึ่งด้วย
ด้าน พล.ต.สาธิตกล่าวว่า เรื่องที่เกี่ยวกับศาล เราต้องทำตัวเป็นกลาง เพราะว่าทางศาลท่านไม่ได้ทำอะไรผิด และตัวท่านก็เป็นข้าราชการ ให้ไปทำงานที่ไหนท่านก็ไป ก็ทำหน้าที่ตัวบทบาทของศาล ดังนั้น เมื่อมีใครสร้างบ้านให้ท่านอยู่ ท่านก็อยู่ ส่วนกระบวนการแก้ปัญหา ถ้าหากเข้าใจตรงกัน ปัจจุบันไม่ใช่การพูดกันว่าถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย เพราะไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่ประโยชน์ของใคร และไม่ใช่ประโยชน์ของศาล แต่เป็นเรื่องของสาธารณประโยชน์ส่วนรวม ถ้ามาเถียงว่าถูกกฎหมายก็ถูกกฎหมาย ถ้าพูดถึงประโยชน์ส่วนรวมเพราะไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ก็ต้องมาชั่งกันว่าอะไรก็ตามที่มีอยู่ในพื้นที่ตรงนั้นมีประโยชน์ส่วนรวมมากหรือไม่ แล้วถ้าไม่มี จะมีประโยชน์ต่อส่วนรวมมากหรือไม่ ถ้ากระบวนการตัดสินใจตรงกันก็จะแก้ไขไม่ยาก เชื่อว่าทางรัฐบาลก็เข้าใจประเด็นนี้ ท่านก็อยากให้มีการพูดคุยกัน ปัญหานี้ที่จริงแก้ไม่ยาก หากเข้าใจว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม สมมุติว่าที่ตรงนั้นสร้างได้อยู่ได้ แต่ใครจะไปอยู่ก็ยังไม่รู้ เป็นบ้านโดยตำแหน่ง อาจจะอยู่ 3 เดือน หรือ 2 ปี ย้ายก็ไม่รู้ เชื่อว่าตัวบุคคลท่านก็ไม่ได้กังวล เพราะใครอยู่ก็ไม่รู้ แต่ที่ชาวบ้านมีการเคลื่อนไหวด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตอนนี้รัฐบาลท่านฟังอยู่ หลังจากรับหนังสือแล้วก็จะนำเรียนให้ท่านนายกฯ ทราบต่อไป ซึ่งที่จริงท่านก็ทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน
“ส่วนเรื่องการจัดกิจกรรมที่บอกว่าจะมีการวิ่งเพื่อระดมทุนเรี่ยไรนั้น ฟังดูไม่ดีเท่าไหร่ เพราะคนที่ไม่เข้าใจเจตนาก็จะมองไม่ดี ส่วนการเคลื่อนไหวที่จะมีวันที่ 29 เมษายนนั้นก็คือว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางการเมือง ก็ต้องไปดำเนินการตาม พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ต้องไปขออนุญาตให้ถูกต้อง เชื่อว่าทั้งหมดเคลื่อนไหวด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ เป็นการแสดงความรู้สึกของประชาชน และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีเจตนาบริสุทธิ์ ก็เคารพกติกาในทุกฝ่าย เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกัน” พล.ต.สาธิตกล่าว


