สธ.ย้ำผู้ป่วยมาลาเรียจ.สงขลา 44 ราย เป็นกลุ่มสะสมตั้งแต่ปี 2560 ขณะนี้ไม่พบระบาด

27.04.18 | 16:30 น.

เมื่อวันที่ 27 เมษายน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีการพบผู้ป่วยโรคมาลาเรียจำนวน 44  รายที่จังหวัดสงขลา ว่า สำหรับตัวเลขผู้ป่วยโรคมาลาเรียจำนวน 44 รายที่จ.สงขลานั้น เป็นตัวเลขสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 จนถึงปัจจุบันเดือนเมษายน 2561 พบใน 6 อำเภอ ในช่วงเวลาแตกต่างกัน จึงไม่ใช่การระบาดเป็นกลุ่มก้อนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีระบบเฝ้าระวัง ซึ่งแม้ตัวเลขจะไม่มาก แต่เนื่องจากประเทศไทยมีการปรับนโยบายจากการ “ควบคุมโรค” เป็นการ “กำจัดโรค” ตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลก เพื่อให้ไทยปลอดจากโรคไข้มาลาเรียในปี 2567 ทำให้แม้จะพบผู้ป่วยไม่มากนัก แต่ก็ถือเป็นปัญหาที่จะต้องกำจัดโรคให้ลดและหมดลง โดยขอยืนยันเพื่อให้เกิดความสบายใจว่า ไม่ใช่การระบาด แต่เป็นการพบโรคกระจายตามพื้นที่มีความเสี่ยง คือตามป่าแนวชายแดน ซึ่งขณะนี้เรามีระบบเฝ้าระวังติดตามโรคต่อเนื่อง

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ในการดำเนินงานประกอบด้วย 5 มาตรการ ดังนี้ 1.ค้นหาผู้ป่วย เน้นการคัดกรองเชิงรุก  รายงานสอบสวนโรค และตอบโต้โรคให้ทันท่วงที 2.เพิ่มการเข้าถึงการบริการอย่างรวดเร็ว 3.เฝ้าระวังควบคุมโรคในกลุ่มประชากรเคลื่อนย้าย แรงงานข้ามชาติ 4.สนับสนุนให้ประชาชนใช้มุ้งชุบสารเคมี และพ่นสารเคมีที่มีฤทธิ์ตกค้างเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด และ 5.สร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และประชาสังคม ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชนในภาพรวม ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ส่งเสริมรายได้ในการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์    ให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น  และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียลดลงจากเดิมมาก ซึ่งปีนี้คาดการณ์ทั้งปีคาดว่าอยู่ที่ 6-7 พันราย จากในอดีตพบร่วม 150,000 ราย ในปี พ.ศ. 2543  ขณะที่ปี 2560 เหลือเพียง 14,667 ราย   รวมทั้งพบพื้นที่แพร่เชื้อลดลงเหลือเพียง 183 อำเภอใน 42 จังหวัด กลุ่มบ้านแพร่เชื้อลดลงเหลือเพียง 2,147 กลุ่มบ้าน โดยพื้นที่แพร่เชื้อส่วนใหญ่เป็นบริเวณชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ในปี 2561 มีพื้นที่ปลอดการแพร่เชื้อได้รับการรับรองเป็นจังหวัดปลอดโรคมาลาเรีย ทั้งสิ้น 35 จังหวัด เป็นจังหวัดที่หยุดการแพร่เชื้อมาลาเรีย และสามารถกำจัดแหล่งแพร่เชื้อให้หมดไปจนไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่ ในปี 2561 พร้อมมอบใบประกาศนียบัตรรับรองจังหวัดดังกล่าว

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า โรคมาลาเรีย เกิดจากการติดเชื้อในยุงก้นปล่อง ซึ่งเชื้อมาลาเรียในไทยที่ผ่านมาจะพบ 2 ชนิด คือ พลาสโมเดียม ฟัลซิพารัม (Plasmodium Falciparum) และ พลาสโมเดียม ไวแว็กซ์ (P.Vivax)  โดยเชื้อ PF จะรุนแรงมากกว่า เนื่องจากขึ้นสมองทำให้เสียชีวิตได้ แต่ปัจจุบันพบน้อยลง เพราะควบคุมได้ เนื่องจากระยะฟักตัวสั้น แต่เชื้อ PV พบมากขึ้น แต่เชื้อจะอยู่นานเพราะอยู่ในตับ อย่างไรก็ตาม สำหรับอาการก็จะมีไข้จับสั่น แต่บางรายก็ไม่มีอาการหนาวจับสั่น หลายคนจึงอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นไข้ตัวร้อน หรือไข้หวัด รวมทั้งไข้เลือดออก แต่จะทราบได้ต้องดูที่ประวัติการเดินทางไปเที่ยวป่า หรือไปป่าตามแนวชายแดน เพราะปัจจุบันยังพบโรคนี้ในกลุ่มพื้นที่ป่าชายแดนอยู่ แต่ในพื้นที่ป่าส่วนกลางไม่ค่อยพบมากแล้ว

 

Advertisement