เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เมษายน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พร้อมตำรวจท่องเที่ยว จับกุมนายเซ็น ดาซุ่ย อายุ 27 ปี สัญชาติจีน พร้อมของกลาง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม 57 ใบ เครื่องบันทึกข้อมูลแถบแม่เหล็ก จำนวน 3 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ขณะกดเงินสดตู้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ปากซอย 20 มิถุนา แยก 14 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า จากการกวาดล้างจับกุมคดีที่เกี่ยวกับสกิมเมอร์มาอย่างต่อเนื่อง ทางตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ได้รับแจ้งข้อมูลจากธนาคารออมสิน ว่ามีคนร้ายนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมากดเงินสดที่ตู้ธนาคารออมสิน ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่หาข่าวกระทั่งวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมนายเซ็น ดาซุ่ย ได้ขณะกำลังกดเงินสด จึงขอตรวจค้น พบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมในตัวจำนวน 15 ใบ ก่อนขยายผลตรวจค้นห้องพักย่านรัชดาภิเษก อีก 42 ใบ และจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ และกดเงินในวันที่ 8-10 เม.ย.ที่ผ่านมาก่อนจับกุมได้ในที่สุด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เผยอีกว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นอาชญากรรมที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับสถาบันการเงิน เพราะอาจสร้างความไม่เชื่อมั่นในเรื่องการเงินให้กับคนต่างชาติ สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ผู้ต้องหาได้ปลอมบัตรจากประเทศจีน และใช้ข้อมูลผู้เสียหายที่ประเทศจีน ก่อนจะเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อกดเงิน ดังนั้นผู้เสียหายจึงเป็นชาวจีนทั้งหมด ซึ่งยังไม่พบว่ามีคนไทยตกเป็นเหยื่อแต่อย่างใด ทั้งนี้มูลค่าความเสียหายที่ทางธนาคารได้รับอยู่ที่ 2 แสนบาท ส่วนข้อมูลเจ้าของบัตรที่ถูกปลอม ทางตำรวจต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการตรวจสอบข้อมูลก่อนประสานทางการจีนให้รับทราบ
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “มีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และมีไว้เพื่อนำออกใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้นมา” ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


