“อุปสรรคของการทำงานบนเกาะหลีเป๊ะ คือ ยังขาดเครื่องไม้เครื่องมือ ทั้งยาที่ใช้ยามฉุกเฉิน วัคซีนพิษสุนัขบ้า ปัญหาการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักข้ามเกาะ และงบประมาณที่จำกัด…”
กลุ่มบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เกาะหลีเป๊ะ ทั้งอนุสรณ์ อุไรกุล ผอ.รพ.สต. พงษ์ธร แก้วผนึก นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ และนราศักดิ์ บินดาโอะ พยาบาลวิชาชีพเวชปฏิบัติการชำนาญการ บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่บนเกาะมาหลายปี ร่วมกันเล่าถึงปัญหาการทำงานให้แก่คณะผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำโดย นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการ อภ. รับทราบ ระหว่างลงพื้นที่เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ของ รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล

พงษธ์ธร หรือชาวบ้านเรียกขาน หมอหนึ่ง เพราะเป็นมือทำคลอดในพื้นที่ เล่าว่ามาทำงานที่เกาะหลีเป๊ะ 6 ปี เพราะมองว่า อยู่ รพ.ใหญ่ๆ อาจไม่ได้ช่วยอะไรมาก จึงตัดสินใจมาอยู่บนเกาะ น่าจะช่วยชาวบ้าน ที่ไม่สะดวกเดินทางไปรักษา รพ.ใหญ่ๆ ได้ดีกว่า ปรากฏว่าจริง เพราะจากความห่างไกล การเดินทางจากเกาะไปรพ.บนฝั่งค่อนข้างลำบาก ใช้เวลาเป็นชั่วโมง การเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์บางอย่างยังมีปัญหา

ถึงแม้ หมอหนึ่ง จะทำงานด้วยใจที่มุ่งมั่น แต่เขาก็ยอมรับว่า ภาระหน้าที่ไม่สอดคล้องกับจำนวนบุคลากรที่มีเพียง 5-6 คน เนื่องจากประชาชนที่มาใช้บริการค่อนข้างมาก ขณะที่งบประมาณการบริหารจัดการกลับไม่สอดคล้องกับความจริง ขนาดค่าไฟฟ้ายังต้องขอความอนุเคราะห์ภาคเอกชน ที่เป็นผู้จ่ายไฟฟ้าบนเกาะ โดยขอใช้ฟรีเฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาท ซึ่งเอกชนก็ยินยอม รวมทั้งผู้ประกอบการในพื้นที่ ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ยังร่วมกันลงขันเพื่อสร้างอาคารใหม่สำหรับรับผู้ป่วยฉุกเฉิน เพราะงบที่ได้รับไม่เพียงพอที่จะเพิ่มเติมอะไร เนื่องจากเงินที่ได้ทุกวันนี้มาจากกองทุน หลักประกันสุขภาพฯ ซึ่งให้ตามสัดส่วนประชากรบนเกาะ 1,300 คน แต่ความเป็นจริงยังมีประชากรแฝง อย่างนักท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบการ แรงงานต่างๆ อีกราว 4 พันคน ดังนั้น งบประมาณกับความเป็นจริงจึงสวนทางกัน หากเป็นไปได้ก็อยากให้ยกระดับ รพ.สต.เป็น รพ.ชุมชนขนาด 10 เตียง เพื่อจะได้มีเครื่องไม้เครื่องมือเพิ่ม

“ปัญหาการขนส่งยาจากฝั่งมาบนเกาะ ก็ยังเป็นปัญหา เพราะหลายครั้งญาติหรือผู้ป่วยต้องไปรับเองถึงรพ.จังหวัด หรืออาจมารับที่ท่าเรือตรงฝั่งโน้น การเดินทางก็ต้องใช้เวลา มีค่าใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สะดวก ที่ผ่านมาก็ไปคุยกับคนเดินเรือขอสัญจรฟรีสำหรับผู้ป่วย อย่างการรับน้ำยาล้างไต ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าป้องกันในคน รพ.สต. มีสต๊อกไว้เฉพาะฉีดครั้งแรก แต่จากนั้นคนถูกกัดต้องไปฉีดที่ รพ.บนฝั่งให้ครบ ซึ่งหลายคนก็ไม่ไป เพราะไม่สะดวก เราก็ต้องจัดระบบคอยติดตาม แต่หากมีวัคซีนมาสต๊อกไว้ และมีที่จัดเก็บก็จะดีขึ้น เพราะบนเกาะมีสุนัขและแมวค่อนข้างมาก ทำให้แต่ละปีมีคนถูกกัดเฉลี่ย 15-20 ราย ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องร่วมกันจัดหาสัตวแพทย์มาฉีดวัคซีนและทำหมัน ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง” หมอหนึ่งเล่า

นราศักดิ์ หรือชาวบ้านเรียก หมอบอย กล่าวเสริมว่า สำหรับเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินจากเกาะไปรพ.บนฝั่งก็เป็นปัญหา เพราะไม่มีเรือพยาบาลฉุกเฉินโดยเฉพาะ ขนาดเตียงเคลื่อนย้ายจำเพาะยังไม่มี อย่างเรือก็เป็นเรือทั่วไป ซึ่งไม่มีระบบเซฟตี้อะไรเลย เคยครั้งหนึ่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ถังออกซิเจนลอยผ่านหน้าไปเลยก็มี เพราะที่เกาะหลีเป๊ะเวลาช่วงโลว์ซีซั่น คลื่นลมทะเลจะแรงมาก แต่เมื่อมีผู้ป่วยฉุกเฉินก็ต้องเสี่ยงออกทะเลเพื่อส่งผู้ป่วยไปบนฝั่ง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการเข้าถึงยากลุ่มฉุกเฉิน อย่างอะดรีนาลีน
ส่วน นพ.โสภณจะนำปัญหาเหล่านี้ไปหารือถึงวิธีให้พื้นที่ห่างไกลบนเกาะ เข้าถึงยาและเวชภัณฑ์มากขึ้น อย่างกรณีน้ำยาล้างไต เป็นไปได้หรือไม่ในการร่วมกับทางไปรษณีย์ หรือบริษัทจัดส่งให้ส่งยาถึงเกาะ หรือส่งไปยัง รพ.สต.แทนได้หรือไม่ เพราะปกติทาง รพ.สต.จะมีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ผ่านนโยบายทีมหมอครอบครัวอยู่แล้ว ก็น่าจะช่วยได้อีกทางหนึ่ง ส่วนเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลนั้น นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการ สธ.มีนโยบายในการแก้ปัญหาการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกลบนเกาะ เบื้องต้นอาจใช้โมเดลจากพื้นที่อื่นๆ ที่ร่วมกับทางทหารเรือ เช่น พังงา เป็นต้น
หายใจหายคอง่ายขึ้น เมื่อระดับนโยบายไม่ทอดทิ้ง…



