เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.) ควบคุมกำกับชุด ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศป.ฉปทน.ตร.) พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบก.ทท.1 แถลงว่า ชุดปฎิบัติการ ศป.ฉปทน.ตร. ตรวจค้นจับกุม นายธีระศักดิ์ นครแก้ว อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 27 เมษายน 2561 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น ทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์ สาย 2 และสาย 3 โดยพบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติการกระทำความผิดในคดียาเสพติด เมื่อปี พ.ศ.2560 มาก่อน
นายนิกร แฟนภูเขียว อายุ 34 ปี มาเข้าพบ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศป.ฉปทน.ตร. ด้วยตนเอง ทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์ สาย 1โดยพบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติการกระทำความผิดในคดีฉ้อโกงในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ เมื่อปี พ.ศ.2557 และคดียาเสพติด เมื่อปี พ.ศ.2560 มาก่อน นางสาวสุกัญญา มณีศิริรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 27 เมษายน 2561) ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็น คนอื่น (ผู้เปิดบัญชีรับโอนเงิน/ถอนเงิน)และ นางอรพิมพ์ คำไล้ อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 27 เมษายน 2561 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่นเป็นผู้เปิดบัญชีรับโอนเงิน พร้อมทั้งตรวจยึดสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิด สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม2ใบ และ โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ค้นหาข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยสุ่มหาเหยื่อจนทราบข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ และใช้โทรศัพท์มือถือโทรไปหลอกลวงอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ามีเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน นำหมายเลขบัญชีธนาคารออมสินของผู้เสียหายไปเปิดใช้ จากนั้นให้ผู้เสียหายไปถอนเงินสดและโอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหา จำนวน 62,000 บาท เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย โดยกลุ่มผู้ต้องหาแบ่งหน้าที่กันทำเป็นคอลเซ็นเตอร์สาย 1 ,2 และ 3 จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา และมีการถ่ายโอนเงินผ่านระบบบัญชีธนาคาร เพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน ทำให้ยากต่อการสืบสวนจับกุม
รองผบช.ทท. กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดในคดีคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ ช่วงประมาณ พ.ศ.2555 หลังจากที่ถูกจับกุมและพ้นโทษออกมา ได้กลับมาร่วมกันกระทำความผิดอีก โดยมีลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทย ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยใช้หมายโทรศัพท์มือถือปกติ โดยจดทะเบียนเป็นชื่อบุคคลอื่น และใช้การโอนเงินภายในกลุ่มบัญชีของผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนและสามารถจับกุมผู้ต้องหากลุ่มผู้เปิดบัญชีและกลุ่มผู้ถอนเงินได้ครบทั้งขบวนการของกลุ่มผู้กระทำความผิด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จว.จันทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

